ที่พักในฝัน สวรรค์บนน้ำ ณ เขื่อนเชี่ยวหลาน 3วัน 2คืน

สูงวัยเที่ยวไทย ที่พักฝัน สวรรค์บนน้ำ ณ เขื่อนเชี่ยวหลาน 3 วัน 2 คืน

วันเดินทาง : 19 - 21 เมษายน 2564

เดินทางโดย : เครื่องบิน และรถตู้ VIP 2 คัน

ราคาท่านละ 12,500 บาท

รับลูกทัวร์  15 ท่าน

>>กำหนดการเดินทาง<<

วันแรก 

สนามบินดอนเมือง – สนามบินสุราษฎร์ธานี – วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร – ล่องเรือชมคลองร้อยสาย – ศาลหลักเมือง

06.30 น.          ลูกทัวร์สูงวัยฟรุ้งฟริ้งพร้อมหน้าพร้อมตากัน ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง อาคาร 2 ชั้น 3  ประตู 15 เคาน์เตอร์ 15 – สายการบินนกแอร์ ( เข้าประตู 15 แล้วมองหาเคาน์เตอร์ที่ 15 ทีมงานทัวร์ฟ้าใสจะยืนรอหน้าบริเวณเคาน์เตอร์ 15 พร้อมป้ายต้อนรับค่ะ)

08.05 น.      ออกเดินทางสู่จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD572  ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 10 นาที

09.15 น.      เดินทางถึงสนามบินสุราษฎร์ธานี  

                จากนั้นท่านเดินทางไปยัง วัดพระบรมธาตุไชยาราชวรวิหาร ปูชนียสถานสำคัญคู่บ้านคู่เมือง ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี  เป็นสถานที่บรรจุพระบรม สารีริกธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และเป็นพุทธสถานเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่ยังคงรักษาความ เป็นเอกลักษณ์ของช่าง ศิลปกรรมสมัยศรีวิชัยไว้ได้สมบูรณ์ วัดพระบรมธาตุไชยาจึงเป็นวัดที่มีความสำคัญคู่บ้านคู่เมืองของชาวไชยาและสุราษฎร์ธานีมา นานนับแต่โบราณกาล ซึ่งถือกันว่าถ้าใครไปเที่ยวจังหวัดสุราษฎร์ธานี หากไม่ได้ไปนมัสการพระบรมธาตุไชยาแล้ว ก็เหมือนกับยังไปไม่ถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี

กลางวัน     รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหาร

ยามบ่าย     พาท่านเดินทางไปประมาณ 45 นาที ล่องเรือชมคลองร้อยสาย ชมวิถีชีวิต ในบางแม่น้ำตาปี อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ดินแดนที่มีคลองเล็กคลองน้อยนับร้อยสาย จึงได้รับการขนานนามว่า "คลองร้อยสาย" ประกอบด้วยพื้นที่ 6 ตำบล ของ อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี ได้แก่ ต.บางใบไม้, ต.บางชนะ, ต.คลองฉนาก, ต.บางไทร, ต.คลองน้อย และ ต.บางโพธิ์ ซึ่งยังคงเอกลักษณ์และวิถีไทย ความเป็นชนบทที่แฝงอยู่ในตัวเมืองเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในการท่องเที่ยวสูง สามารถชมวิถีชีวิตของชาวบ้านที่ประกอบอาชีพประมงและชาวสวนได้ทั้งการสัญจรทางบกและทางน้ำด้วยการนั่งเรือหางยาว

ต่อมานำท่านไป สักการะ ศาลหลักเมือง จ. สุราษฎร์ธานี ตั้งอยู่ที่ สนามศรีสุราษฎร์  ใกล้แม่น้ำตาปี  ต.ตลาด อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี  สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2539 เพื่อเป็นพระราชสักการะและเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด้จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปี และเพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนชาวจังหวัดสุราษฏร์ธานี ออกแบบโดยคณะช่างจากกรมศิลปากร รูปแบบของสถาปัตยกรรมเป็นแบบศรีวิชัย

ยามเย็น         นำท่านเดินทางเข้าที่พัก โรงแรมวังใต้ หรือเทียบเท่า

                   จากนั้นรับประทานอาหารเย็น ณ ร้านอาหาร

เข้าที่พัก...ราตรีสวัสดิ์สำหรับคืนนี้

วันที่สอง     

สะพานแขวนเขาพัง – เขื่อนรัชชประภา – ชมวิวสันเขื่อน – นั่งเรือชมหินสามเกลอ(กุ้ยหลิน) – แพพันวารีย์ – พักผ่อนตามอัธยาศัย

ยามเช้า        รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหาร และเก็บสัมภาระพร้อมเช็คเอ้าท์

ยามสาย       นำท่านเดินทางไปยัง เขื่อนรัชชประภา (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง)

                แวะชม สะพานแขวนเขาพัง (สะพานแขวนเขาเทพพิทักษ์) เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตัวสะพานใช้ลวดสลิงขนาดใหญ่ขึงยึดกับเสาคอนกรีต พื้นปูด้วยแผ่นไม้กระดานบนโครงเหล็ก วัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการสัญจรข้ามคลองพระแสง ช่วยในการอำนวยความสะดวกแก่ชาวบ้านทั้งสองฝั่งคลองในการขนพืชผลทางการเกษตร มีระยะทางยาว 120 เมตร ทอดตัวข้ามลำธารกับป่าไม้ที่เขียวขจี บรรยากาศทิวทัศน์ความเป็นธรรมชาติโดยรอบมีความงดงาม และมีความสวยแปลกตาของเขาเทพพิทักษ์ ภูเขาสูงตระหง่านที่ตั้งอยู่ด้านหลังสะพาน มีรูปร่างคล้ายกันกับรูปหัวใจ หากถ่ายรูปตรงบริเวณกลางสะพาน จะได้รูปหัวใจแบบมุมสวยสุด ๆ

                แวะถ่ายรูป สันเขื่อนรัชชประภา มีชื่อเรียกดั้งเดิมว่า เขื่อนเชี่ยวหลาน เป็นเขื่อนอเนกประสงค์แห่งที่สองของภาคใต้ อยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี เมื่อก่อนสร้างแล้วเสร็จได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานนามให้ใหม่ว่า “เขื่อนรัชชประภา” มีความหมายว่า “แสงสว่างแห่งราชอาณาจักร”

                  จากนั้นพาทุกท่านไปยังท่าเรือ

11.30น.      ออกเดินทางสู่เขื่อนรัชชประภาด้วยเรือหางยาวขนาดใหญ่ พร้อมเสื้อชูชีพ ใช้เวลาเดินทาง 40 นาที เพื่อไปยังแพพันวารีย์

เขื่อนรัชชประภา สร้างปิดกั้นลำน้ำคลองแสง ที่บ้านเชี่ยวหลาน ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานีโดยพื้นทีส่วนใหญ่ติดอุทยานแห่งชาติเขาสกเกือบทั้งหมด เป็น เขื่อนหินถมแกนดินเหนียว สูง 94 เมตร ความยาวสันเขื่อน 761 เมตร และมีเขื่อนปิดกั้นช่องเขาขาดอีก 5 แห่ง มีความจุ 5,638.8 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่อ่างเก็บน้ำ 185 ตารางกิโลเมตร ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเฉลี่ยปีละ 3,057 ล้านลูกบาศก์เมตร ติดตั้งเครื่องผลิตไฟฟ้า เครื่องละ 80,000 กิโลวัตต์ จำนวน 3 เครื่อง รวมกำลัง การผลิต 240,000 กิโลวัตต์ ให้พลังงานไฟฟ้าเฉลี่ยปีละประมาณ 554 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง

กลางวัน        เช็คอินเข้าที่พัก แพพันวารีย์ และ รับประทานอาหารกลางวัน

ยามบ่าย        หลังอาหารกลางวัน ให้ทุกท่านพักผ่อนตามอัธยาศัย

*** ระหว่างนี้ ท่านสามารถทำกิจกรรม พายเรือแคนู ว่ายน้ำ หน้าห้องพักได้ค่ะ ***

บนแพพันวารีย์ ไฟฟ้าและน้ำมีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ส่วนเครื่องปรับอากาศมีให้บริการ  17.00 น. – 09.00 น. และที่พักเป็นเตียงใหญ่ 1 เตียง

16.00          ได้เวลานำท่านชมจุดไฮไลท์นั่นก็คือ กุ้ยหลินเมืองไทย ที่มากไปด้วยยอดเขาหินปูนใหญ่-น้อย ในรูปทรงต่างๆ ตั้งโดดเด่นอยู่เหนือผืนน้ำให้เรายลโฉมกัน โดย โดยมีภูเขาหินปูนที่เป็นดาวเด่นสำคัญของเขื่อนนั่นก็คือ “เขาสามเกลอ” ยอดเขาเล็กๆ 3 ยอดที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาอวดโฉมในความแปลกตา จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเขื่อนรัชชประภาแห่งนี้ ชมวิวสวยๆ เก็บภาพสวยระหว่างเส้นทาง ถึงหินสามเกลอจอดให้ถ่ายภาพกันตามอัธยาศัย

ยามเย็น       รับประทานอาหารเย็น ณ ที่พัก

                 ราตรีสวัสดิ์สำหรับคืนนี้ 

วันที่สาม

นั่งเรือส่องสัตว์ ชมหมอกยามเช้า – ชมแลนด์มาร์คใหม่ คิงคองเขาสก (วัดถ้ำวราราม / ให้อาหารปลาวังมัจฉา / ล่องแพชมธรรมชาติ) – อุทยานธรรมเขานาในหลวง – สนามบินสุราษฯ – สนามบินดอนเมือง กรุงทพฯ

เช้าตรู่       นำท่านลงเรือ Morning Safari ทัวร์นั่งเรือส่องสัตว์-ชมหมอกยามเช้า เป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเพื่อความเพลิดเพลิน และได้เรียนรู้ถึงวิถีชีวิตและพฤติกรรมของสัตว์ที่ออกหากิน เรือแล่นออกจากแพรีสอร์ท ลัดเลาะไปตามเส้นทางเกาะแก่งต่างๆ ทำให้เราได้ชมธรรมชาติสวยงาม แปลกตาทั้งสองข้างทาง ชมที่อยู่ของสัตว์ป่าโดยทางพนักงานขับเรือจะแนะนำไม่ให้ส่งเสียงดัง เพราะสัตว์ต่างๆจะตกใจและพากันหนีไปหมด

ยามเช้า       นำท่านกลับเข้าแพ รับประทานอาหารเช้า และเดินเล่นพักผ่อนตามอัธยาศัย เพลินตาและเพลินอารมณ์กับทัศนียภาพแห่งธรรมชาติอิสระพักผ่อน เก็บภาพประทับใจไว้เป็นที่ระลึกกันอีกรอบ ก่อนเช็คเอ้าท์อำลาธรรมชาติที่สวยงาม

09.00 น.    เก็บสัมภาระพร้อมเช็คเอ้าท์ ออกจากที่พัก

             จากนั้นนำท่านเดินทางไปชมแลนด์มาร์คแห่งใหม่ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที)

             คิงคอง เขาสก ที่อยู่ใจกลางขุนเขา เป็นสถานที่แปลกใหม่ ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ วิวสวยเหมาะสำหรับไปพักผ่อน บรรยากาศ​แสนจะบริสุทธิ์​ อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ​มากค่ะ คิงคองเขาสก ตั้งอยู่ที่ อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เอาใจน้องๆ กับสถานที่สุดฟินและผู้รักการถ่ายภาพ พร้อมทั้งกิจกรรมมากมาย อาทิเช่น ล่องเพ, นั่งรถรางไปชมปลา, ขับรถ atv ชมสวน นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่นั่งจิบการแฟชิวๆ และร้านอาหาร พร้อมกับมีที่พักไว้บริการ นำท่านนั่งรถรางเที่ยวชมตามจุดต่างๆ

          จุดแรกนำทุกท่านไปยัง วัดถ้ำวราราม หรือ วัดถ้ำปลา มีลักษณะเป็นถ้ำหินปูนยาวกว่า 100 เมตร ทอดยาวลอดใต้ภูเขา ตั้งอยู่บนพื้นที่ซึ่งมีความสูง 60 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ในส่วนที่เป็นแหล่งโบราณคดีนั้นเป็นถ้ำหินปูนแบ่งออกเป็น 4 คูหา สันนิษฐานว่าแต่เดิมเคยเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ และเป็นทางน้ำไหลผ่านลงไปสู่คลองสก โบราณวัตถุที่ค้นพบได้แก่ เศษภาชนะดินเผาส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นเนื้อหยาบและมีทรายผสมอยู่มาก โบราณวัตถุที่ทำจากหิน เครื่องมือหินขัดทำจากหินควอท์ไซด์ โบราณวัตถุที่พบจากเปลือกหอย กำไลทรงกลมทำจากเปลือกหอย กระดูกสัตว์และฟันสัตว์ กำหนดอายุสมัยก่อนประวัติศาสตร์ยุคหินใหม่

หลังจากนั้นให้อาหารปลา และนำท่านล่องแพไม้ไผ่ ชมธรรมชาติของคลอง

กลางวัน       รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหาร

ยามบ่าย       หลังจากที่ทานอาหารกลางวันอิ่มเอมแล้ว ให้ทุกท่านได้เดินย่อยอาหาร โดยพาไปถ่ายรูปยังจุดต่าง และไฮไลท์คิงคองยักษ์ และไดโนเสาร์

              จากนั้นนำท่านแวะถ่าย ซุ้มประตูอุทยานธรรมเขานาในหลวง เป็นสถานที่ตั้งของเจดีย์ลอยฟ้า พระพุทธศิลาวดี และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งก่อสร้างด้วยศิลาแลงจากเมืองกำแพงเพชร บนยอดเขาหินปูนสูงจากพื้นดินเกือบ 300 เมตร และเป็นสำนักสงฆ์ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีการจัดอบรมวิปัสสนากรรมฐาน เป็นสถานที่ที่มีความสงบร่มเย็น เหมาะแก่การมาปฏิบัติธรรม  นอกจากอุทยานธรรมเขานาในหลวง จะเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์แล้ว และเป็นที่เคารพบูชาของคนทั่วไป สถาปัตยกรรมจุดต่างๆ ภายในก็สวยงาม มีความน่าสนใจมากๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นซุ้มประตูพุทธวดี 9 ยอด ไฮไลท์สำคัญของที่นี่ ไม่ว่าใครที่มาก็จะต้องประทับใจ และเก็บภาพไว้ ยิ่งถ้าแสงอาทิตย์ส่องกระทบกับซุ้มประตู ก็ยิ่งงดงาม ประทับใจ

      ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ท่าอากาศยานสุราษฎร์ธานี (ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง)

18.05 น.      นำท่านเหินฟ้ากลับกรุงเทพ โดยสายการบินนกแอร์ เที่ยวบินที่ DD585(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 10 นาที)

19.15 น.      เดินทางถึงสนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

 

ค่าบริการรวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ชั้นประหยัด เส้นทาง ดอนเมือง-สุราษฎร์ธานี พร้อมสัมภาระโหลดใต้เครื่อง 15 กิโลกรัม และถือขึ้นเครื่อง 7 กิโลกรัม
  • ค่ารถและเรือ รับส่งตามรายการท่องเที่ยว
  • ค่าห้องพัก สองท่านต่อหนึ่งห้อง จำนวน 2 คืน
  • ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าเครื่องดื่ม และอาหารว่างตลอดการเดินทาง
  • ค่าบัตรเข้าชมตามรายการ
  • ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทางวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท (สำหรับลูกทัวร์สูงวัยอายุ 70 ปีขึ้นไป วงเงินประกันจะเหลือครึ่งหนึ่ง)
  •   ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุตลอดการเดินทาง วงเงินท่านละ 100,000 บาท รวมทั้งวงเงินสำหรับการเคลื่อนย้ายเพื่อรักษาฉุกเฉินอีกท่านละ 50,000 บาท (สำหรับลูกทัวร์สูงวัยอายุ 70 ปีขึ้นไป วงเงินประกันจะเหลือครึ่งหนึ่ง)
  • มัคคุเทศก์และผู้ดูแลลูกทัวร์สูงวัย คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง

ค่าบริการนี้ไม่รวม

  • ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ เช่น ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ทางไกล ค่าเครื่องดื่มอื่นๆที่ไม่รวมในรายการ 
  • ค่าทิปไกด์และคนขับรถ (ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ)
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าเกิน ตามที่สายการบินกำหนด ( เกิน 15 กิโลกรัมสำหรับกระเป๋าโหลดใต้เครื่อง และเกิน 7 กิโลกรัมสำหรับกระเป๋าขึ้นเครื่อง )

 

เงื่อนไขการชำระค่าบริการ

  • ชำระ 50% เพื่อทำการจอง
  • ชำระส่วนที่เหลือ 30 วันก่อนวันเดินทาง

ช่องทางการชำระค่าบริการ

  • ชำระโดยโอนเงินเข้าบัญชี :

 

  1. ชื่อบัญชี : บริษัท ทัวร์ฟ้าใส จำกัด

เลขที่บัญชี : 094-2-77483-6

ชื่อธนาคาร : กสิกรไทย สาขา มีนบุรี

ประเภทบัญชี : ออมทรัพย์

 

  1. ชื่อบัญชี : บริษัท ทัวร์ฟ้าใส จำกัด

เลขที่บัญชี : 109-266803-0

ชื่อธนาคาร : ไทยพาณิชย์ สาขา มีนบุรี

ประเภทบัญชี : ออมทรัพย์

 

หากโอนเงินเข้ามาแล้วรบกวน ส่งสลิปเงินโอนเข้ามาที่ tourfahsai@gmail.com หรือ ทางไลน์ได้ที่ Line ID : luxurious_kathy

 

  • ชำระโดยเงินสด
  • ชำระด้วยเช็ค หรือแคชเชียร์เช็ค โดยสั่งจ่ายในนาม “ บริษัท ทัวร์ฟ้าใส ”

เงื่อนไขการยกเลิก

  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 60 วันขึ้นไป คืนเงินทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 – 59 วัน เก็บค่าใช้จ่ายท่านละ 50 % ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกการเดินทางน้อยกว่า 30 วัน เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด

หมายเหตุ

1.       การเดินทางในแต่ละครั้งจะต้องมีผู้โดยสารจำนวน 15 ท่านขึ้นไป ถ้าผู้โดยสารไม่ครบจำนวน ดังกล่าวทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาหรือเลื่อนการเดินทางหรือยกเลิกการเดินทาง

2.       ในกรณีที่ลูกค้าต้องออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ก่อนทุกครั้ง  มิฉะนั้นทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น

3.       ขอสงวนสิทธิ์การเก็บค่าน้ำมันและภาษีสนามบินทุกแห่งเพิ่ม หากสายการบินมีการปรับขึ้นก่อนวันเดินทาง

4.       บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนเที่ยวบิน โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอันเนื่องจากสาเหตุต่างๆ

5.       โปรแกรม/วันเดินทาง/ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม เนื่องจากสภาวะอากาศ, การเมือง, โรคระบาด, สายการบิน อัตราแลกเปลี่ยน และเหตุอื่นๆ ที่ไม่สามารถทราบการณ์ล่วงหน้า โดยทางบริษัทฯ จะคำนึงถึงประโยชน์และความปลอดภัยของท่านเป็นสำคัญที่สุด

6.       บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการออกนอกประเทศ / ห้ามเข้าประเทศ/ การนำสิ่งของผิดกฎหมาย /เอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง และความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย รวมถึงกรณีความล่าช้าจากสายการบิน, ภัยธรรมชาติ, การยกเลิกเที่ยวบิน, การนัดหยุดงาน, การประท้วง, การก่อจลาจล ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัทฯ

7.       บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากเกิดสิ่งของสูญหาย อันเนื่องเกิดจากความประมาทของท่าน, เกิดจากการโจรกรรม และ อุบัติเหตุจากความประมาทของนักท่องเที่ยวเอง

8.       ตั๋วเครื่องบินเป็นตั๋วกรุ๊ปราคาพิเศษ หากท่านไม่เดินทางไปกลับพร้อมคณะไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ไม่สามารถนำมาเลื่อนวันเดินทาง หรือคืนเงินได้

9.       เมื่อท่านตกลงชำระเงินมัดจำหรือค่าทัวร์ทั้งหมดกับทางบริษัทฯ แล้ว ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ทั้งหมด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณเก็ต 081-682-6590

Visitors: 41,951