อิต่อง สังขละบุรี เมืองในสายหมอกตลอดปี

(เต็มแล้ว)อิต่อง สังขละบุรี เมืองในสายหมอกตลอดปี 3 วัน 2 คืน

วันเดินทาง :  16 - 19 สิงหาคม 2565

ราคาท่านละ  8,900 บาท

เดินทางโดย : รถตู้ VIP 2 คัน

รับลูกทัวร์ : 15 ท่าน

>>กำหนดการเดินทาง<<

วันแรก

กรุงเทพฯ – กาญจนบุรี – ถ้ำกระแซ – จุดชมวิว กม. 12 – เข้าที่พักหมู่บ้านอีต่อง

 

06.00 น.       ลูกทัวร์สูงวัยหัวใจฟรุ้งฟริ้งพร้อมกัน ณ ปั๊มน้ำมัน ป.ต.ท. ถนนวิภาวดีรังสิ (ตรงข้ามมหาวิทยาลัยหอการค้า) โดยมีเจ้าหน้าที่ทัวร์ฟ้าใสคอยให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมแจกอาหารเช้า และน้ำดื่มให้กับลูกทัวร์ (แวะรับประทานมื้อเช้าระหว่างทาง)

 

ยามสาย       ออกเดินทางสู่ จังหวัดกาญจนบุรี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง)     

 

                นำทุกท่านเที่ยวชม"ถ้ำกระแซ" เป็นหนึ่งในนั้นด้วยแน่นอน เพราะถ้ำกระแซแห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับเส้นทางรถไฟสายมรณะอันเป็นหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ชาวกาญจนบุรีไม่มีวันลืมเลือน ในอดีตเชื่อกันว่าถ้ำกระแซเคยเป็นที่พักของเชลยศึกที่ถูกกวาดต้อนมาสร้างทางรถไฟสายมรณะ ดังนั้นเมื่อมาเยือนถ้ำกระแซแล้ว ควรเริ่มด้วยการแวะสักการะขอพรหลวงพ่อถ้ำกระแซพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่คนท้องถิ่นบริเวณนั้นให้ความเคารพนับถือ จากนั้นชวนกันไปเดินชมวิวบนสะพานถ้ำกระแซซึ่งเป็นสะพานไม้เลียบหน้าผามีความยาวกว่า 450 เมตร และปิดท้ายด้วย การเดินย้อนรอยประวัติศาสตร์บนเส้นทางรถไฟสายมรณะยาว 400 เมตร และเส้นทางสายนี้ยังได้รับการกล่าวขานกันว่าเป็นจุดชมวิวแม่น้ำแควน้อยที่สวยที่สุดเลยทีเดียว

 

กลางวัน            รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร

 

ยามบ่าย            จากนั้น นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านอีต่อง อำเภอทองผาภูมิ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง)                    ระหว่างทาง นำท่านแวะชมวิวความสวยงาม จุดชมวิว กม. 12

 

ยามเย็น        นำท่านเข้าพักที่ เลิฟปิล้อก และไมนิ่งอินปิล๊อก โฮมสเตย์ หรือเทียบเท่า  (เนื่องจากที่พักมีจำนวนไม่เพียงพอ จึงต้องเลือกที่พักที่ดีที่สุดให้และแยกเป็น 2 ส่วนในการเข้าพัก และที่พักอยู่ชั้น 2 เป็นเตียงใหญ่ 1 เตียง) ที่ “หมู่บ้านอีต่อง” (หมู่บ้าน 399 โค้ง) บรรยากาศในขุนเขา ในอดีตเคยเป็นแหล่งทำเหมืองแร่ หรือที่รู้จักกันในนาม "เหมืองปิล็อก" แม้ในปัจจุบันเหมืองแห่งนี้ปิดตัวแล้ว แต่บ้านปิล็อกที่เป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ ก็กลับกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์น่าค้นหา มีเอกลักษณ์ ตรงที่ความเงียบสงบ วิถีชีวิตชาวบ้านที่เรียบง่าย ทั้งสภาพภูมิอากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งปี ความงามของสภาพภูมิประเทศ ทริปนี้จึงมีเป็นเสน่ห์ที่ท่านควรมาสัมผัส

 

 

 

ามค่ำ            รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหาร

               เข้าที่พัก...พักผ่อนตามอัธยาศัย…ราตรีสวัสดิ์ 

วันที่สอง     

ท่องเที่ยวให้หมู่บ้านอีต่อง – เปลี่ยนนั่งรถกระบะ 4WD – เหมืองปิล็อกเก่า – เนินช้างศึก – เนินเสาธง – น้ำตกจ๊อกกระดิ่ง – วัดพระธาตุปิล็อก – เหมืองปิล็อกเก่า – ระเบียงป้ายไม้

ยามเช้า             อรุณสวัสดิ์กับสายหมอกที่ปกคลุมยามเช้า

                     พร้อมรับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร

ยามสาย           จุดแรกนำทุกท่านชม “เหมืองปิล๊อกเก่า” ที่หลักฐานชั้นดีว่าในอดีตเคยมีเหมืองแร่อยู่ที่นี่ เดินเข้าไปดูด้านในก็ยังคงเห็นเศษรถเก่า เครื่องมือ เครื่องจักร และอาคารต่างๆ ที่เคยใช้งานในยุคเหมืองแร่รุ่งเรือง

                     จากนั้นเที่ยวชมจุดชมวิวไฮไลท์ของปิล็อกที่ เนินช้างศึก ฐานปฏิบัติการช้างศึก ตำรวจตระเวนชายแดน ที่ 135 หากเรามองจากจุดนี้จะเห็นบรรยกาศโดยรอบหมู่บ้านอีต่อง และชมวิวที่  เนินเสาธง สุดชายแดนไทยพม่า มองเห็นทิวเขาสลับซั บซ้อนฝั่งพม่างดงามมากซึ่งมีวิวที่สวยงามมาก

            นำท่านแวะชม อุโมงค์เหมืองแร่เก่า

    จากนั้นให้ท่านได้ผ่อนคลายกับการเล่นน้ำ น้ำตกจ๊อกกระดิ่น น้ำตกที่มีชื่อเสียงในปิล็อก เป็นน้ำตกที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปีมีชั้นเดียว แต่มีความสวยงามมาก เพราะว่าสายน้ำของน้ำตกที่ไหลผ่านหน้าผาสูงประมาณ 30 เมตร ลงสู่พื้นล่างแล้ว แตกกระจายออกมากลายเป็นกลุ่มไอน้ำลอยตัวขึ้น มาจากพื้นล่าง ซึ่งมีความสวยงามมาก  ความพิเศษของน้ำตก คือตรงที่มีแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่เป็นสีครามปนเขียว และที่สำคัญคือเป็นแอ่งน้ำพื้นทรายที่ เหมาะแก่การเล่นน้ำไม่น้อย

กลางวัน     รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร

ยามบ่าย     นำท่านสัมผัสวิถีชีวิตกับบ้านอีต่อง สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระธาตุเหมืองปิล็อก ขึ้นไปไหว้พระธาตุบนด้านบนหมู่บ้านในเหมืองปิล็อก เป็นที่สุดแห่งตะวันตกสร้างตามศิลปะพม่า ระหว่างทางก็เดินชม ซึมซับไปกับธรรมชาติโดยรอบ


อีกหนึ่งจุดจะต้องนั่งรถขึ้นไปด้านบนเขา เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่

 

              แวะชม เรื่องราวระเบียงป้ายไม้ ตรงบริเวณบ่อน้ำหน้าหมู่บ้านจะมีร้านขายป้ายไม้เล็กๆ  เขียนป้ายไม้สุดคลาสสิคไว้เป็นที่ระลึก ครั้งหนึ่งได้มาเยือนบ้านอีต่องก็เก๋ไก๋

ามเย็น        รับประทานอาหารเย็น ณ ห้องอาหาร

              เข้าที่พัก...พักผ่อนตามอัธยาศัย…ราตรีสวัสดิ์ 

วันที่สาม

สังขละบุรี –  วัดวังก์วิเวการาม – เจดีย์พุทธคยา – ล่องเรือเมืองบาดาล 

ยามเช้า            รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก พร้อมเก็บสัมภาระออกจากที่พัก

ยามสาย          นำท่านเดินทางไป สังขละบุรี  (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง) เมืองที่เต็มไปด้วยมนต์แห่งเสน่ห์ มีแม่น้ำซองกาเรียซึ่งเป็นศูนย์รวมความมีชีวิตชีวา ด้วยวิถีชีวิตชาวมอญแบบเรียบง่าย ผู้คนเป็นมิตร อากาศดี ใกล้ชิดธรรมชาติ          

กลางวัน        รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหาร

ยามบ่าย         พาท่านเที่ยวชม วัดวังก์วิเวการาม หรือที่เรียกกันโดยทั่วไปว่า "วัดหลวงพ่ออุตตมะ" เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของอำเภอสังขละบุรีแล้ว ยังเป็นวัดที่ถือว่ามีความสำคัญมากสำหรับคนพื้นถิ่น และเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนหลายเชื้อชาติที่อาศัยอยู่ในอำเภอสังขละบุรี ทั้งชาวไทย และกะเหรี่ยง โดยเฉพาะสำหรับชาวไทยเชื้อสายมอญ ที่เปรียบหลวงพ่ออุตตมะเป็น "เทพเจ้าแห่งชาวมอญ" วัดวังก์วิเวการาม จึงเกิดจากพลังศรัทธาที่มีต่อหลวงพ่อ และเป็นวัดที่เคยเป็นที่จำพรรษาของ "หลวงพ่ออุตตมะ" วัดจึงเป็นเสมือนตัวแทนหลวงพ่อ และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับชาวมอญ ในการประกอบพิธีกรรมตามประเพณีของมอญ และจัดงานอื่นๆ

นำท่านต่อไปยัง เจดีย์พุทธคยา ตั้งขึ้นอยู่ไม่ไกลจากวัดวังก์วิเวการาม ห่างไปประมาณ 650 เมตร เริ่มสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2521 ริเริ่มโดยหลวงพ่ออุตตมะ ด้วยความตั้งใจของหลวงพ่อที่จะจำลองจากเจดีย์พุทธคยา ซึ่งเป็นสถานที่ตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ในประเทศอินเดีย มาไว้เป็นศูนย์กลางสำหรับชาวพุทธที่อยู่รวมกันได้โดยไม่แยกเชื้อชาติ เป็นเจดีย์องค์ใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขาใกล้ริมฝั่งแม่น้ำ มีสีเหลืองทอง สามารถมองเห็นได้จากแม่น้ำซองกาเลีย

                 จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าเช็คอิน สวนแมกไม้ รีสอร์ท หรือเทียบเท่า ให้ท่านได้พักผ่อนตามอัธยาศัย

ยามเย็น       นำท่านลงเรือล่องชม เมืองบาดาล ซึ่งเดิมคือ วัดวังก์วิเวการาม ที่หลวงพ่ออุตตมะและชาวบ้านอพยพชาวกะเหรี่ยงและมอญได้ร่วมกันสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2496 ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำสามสาย คือ แม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ และแม่น้ำ รันตี ไหลมาบรรจบกัน ต่อมาในปี 2527 มีการก่อสร้างเขื่อนเขาแหลม ทำให้น้ำท่วมตัวอำเภอสังขละบุรีเก่ารวมทั้งวัดนี้ด้วย หลวงพ่อจึงได้ย้ายมาสร้างวัดมาอยู่บนเนินเขา ส่วนวัดเดิมได้จมอยู่ใต้น้ำมานานนับสิบปี ช่วงฤดูแล้งราวเดือนมีนาคม-เมษายน น้ำจะลดจนตัวโบสถ์โผล่พ้นน้ำทั้งหมด สามารถนั่งเรือและขึ้นไปเดินเที่ยวชมโบสถ์ได้สองริมฝั่งแม่น้ำ ท่านจะะพบวิถีการดำเนินชีวิตของชาวมอญ ถือเป็นสถานที่ที่น่าสนใจ มีเสน่ห์จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว Unseen Thailand ในชื่อ เมืองบาดาล

***การเยี่ยมชมโบสถ์ใต้น้ำ ขึ้นอยู่กับระดับน้ำในช่วงนั้น ถ้าระดับน้ำน้อย เราสามารถเดินลงจากเรือเพื่อไปชม แต่เมื่อไรก็ตามที่ระดับน้ำเยอะ การชมโบสถ์จะเป็นการนั่งเรือชม***

                  รับประทานอาหารเย็น ณ ร้านอาหาร

ยามค่ำ          นำท่านกลับเข้าที่พัก…ราตรีสวัสดิ์สำหรับคืนนี

วันที่สี่

ตักบาตรสะพานมอญ – กาญจนบุรี วัดถ้ำเสือรักษ์คันนาคาเฟ่ – แวะซื้อของฝาก –  กรุงเทพฯ

05.45 น.   สวัสดียามเช้า นำทุกท่านเดินข้ามสะพาญมอญ หรือ สะพานไม้อุตตมานุสรณ์เพื่อทำบุญตักบาตรยามเช้าแบบมอญ

06.30 น.   ตักบาตรยามเช้าแบบมอญ เป็นกิจวัตรประจำวันของชาวมอญที่นักท่องเที่ยวสนใจกันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้เฒ่าผู้แก่ที่จะตื่นแต่เช้านำขันใส่ข้าวสวยมานั่งรอบนพื้นถนนเป็นแถว เพื่อรอพระมาบิณฑบาตร ชาวบ้านมักจะใส่บาตรด้วยข้าวสวย และดอกไม้ และกราบพระลงกับพื้นถนน ซึ่งเป็นภาพที่น่าประทับใจสำหรับนักท่องเที่ยว

 

7.30 น.       กลับเข้าที่พัก นำทุกท่านรับประทานอาหารเช้า จากนั้นเก็บสัมภาระเพื่อเช็คเอ้าท์

ยามสาย      ออกเดินทางกลับสู่เมืองกาญจนบุรี (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง)

กลางวัน       รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหาร

ยามบ่าย      นำท่านเที่ยวชม วัดถ้ำเสือ เป็นวัดเก่าแก่แต่โบราณกาล มีประวัติสืบย้อนไปได้ถึงปี พ.ศ. 2514 มีพระพุทธรูปปางประทานพรขนาดใหญ่ประดิษฐานอยู่บนเนินเขา พร้อมด้วยพระอุโบสถอัฏฐมุขทรงไทยประดับลวดลายสวยงาม และเจดีย์เกษแก้วมหาปราสาทสูง 69 เมตร กว้าง 29 เมตร สูงใหญ่โดดเด่นอลังการ จากเนินเขาสามารถชมวิวทิวทัศน์ทะเลสาบและเขื่อนวชิราลงกรณ์โดยรอบได้ในมุมกว้าง

                 ต่อจากนั้นนำท่านแวะ รักษ์คันนาคาเฟ่ คาเฟ่สไตล์ทุ่งนาที่มีกลิ่นอายความเป็นทุ่งนาและวิวหลักล้าน แวะดื่มเครื่องดื่มเย็นๆและของว่างที่นี่ หรือท่านในจะลิ้มลอง ก๋วยเตี๋ยวห้อยขาทุ่งนาข้างวัด ก็น่าสนใจเช่นกันพร้อมจุดเช็คอินถ่ายรูปสวยๆ อีกทั้งยังมีบรรยากาศวิวภูเขาและมองออกไปยังเห็นวัดถ้ำเสืออีกด้วย

                 จากนั้นนำท่านแวะซื้อ ของฝากประจำเมืองกาญจบุรี ที่ร้านขายของฝากและที่ระลึก

                 ได้เวลาอันสมควร เดินทางกลับกรุงเทพฯ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 15 นาที)

ยามเย็น        เดินทางถึงกรุงเทพ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ


 
ค่าบริการรวม

  • ค่ารถรับส่งตามรายการท่องเที่ยว
  • ค่าห้องพัก 3 คืน 2 ท่านต่อหนึ่งห้อง
  • ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าน้ำดื่มและอาหารว่างตลอดการเดินทาง
  • ค่าบัตรเข้าชมตามรายการ
  • ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทางวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท (สำหรับลูกทัวร์สูงวัยอายุ 70 ปีขึ้นไป วงเงินประกันจะเหลือครึ่งหนึ่ง)
  •   ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุตลอดการเดินทาง วงเงินท่านละ 100,000 บาท รวมทั้งวงเงินสำหรับการเคลื่อนย้ายเพื่อรักษาฉุกเฉินอีกท่านละ 50,000 บาท (สำหรับลูกทัวร์สูงวัยอายุ 70 ปีขึ้นไป วงเงินประกันจะเหลือครึ่งหนึ่ง)
  • มัคคุเทศก์และผู้ดูแลลูกทัวร์สูงวัย คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง

 

ค่าบริการนี้ไม่รวม

  • ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ เช่น ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ทางไกล ค่าเครื่องดื่มอื่นๆที่ไม่รวมในรายการ 
  • ค่าทิปไกด์และคนขับรถ

เงื่อนไขการชำระค่าบริการ

  • ชำระ 50% เพื่อทำการจอง
  • ชำระส่วนที่เหลือ 30 วันก่อนวันเดินทาง

ช่องทางการชำระค่าบริการ

  • ชำระโดยโอนเงินเข้าบัญชี :
  1. ชื่อบัญชี : บริษัท ทัวร์ฟ้าใส จำกัด

เลขที่บัญชี : 094-2-77483-6

ชื่อธนาคาร : กสิกรไทย สาขา มีนบุรี

ประเภทบัญชี : ออมทรัพย์

 

  1. ชื่อบัญชี : บริษัท ทัวร์ฟ้าใส จำกัด

เลขที่บัญชี : 109-266803-0

ชื่อธนาคาร : ไทยพาณิชย์ สาขา มีนบุรี

ประเภทบัญชี : ออมทรัพย์

 

หากโอนเงินเข้ามาแล้วรบกวน ส่งสลิปเงินโอนเข้ามาที่ tourfahsai@gmail.com หรือ ทางไลน์ได้ที่ Line ID : luxurious_kathy

  • ชำระโดยเงินสด
  • ชำระด้วยเช็ค หรือแคชเชียร์เช็ค โดยสั่งจ่ายในนาม “ บริษัท ทัวร์ฟ้าใส ”

เงื่อนไขการยกเลิก

  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 60 วันขึ้นไป คืนเงินทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 – 59 วัน เก็บค่าใช้จ่ายท่านละ 50 % ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกการเดินทางน้อยกว่า 30 วัน เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด

 

หมายเหตุ

1.       การเดินทางในแต่ละครั้งจะต้องมีผู้โดยสารจำนวน 15 ท่านขึ้นไป ถ้าผู้โดยสารไม่ครบจำนวน ดังกล่าวทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาหรือเลื่อนการเดินทางหรือยกเลิกการเดินทาง

2.       ในกรณีที่ลูกค้าต้องออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ก่อนทุกครั้ง  มิฉะนั้นทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น

3.       ขอสงวนสิทธิ์การเก็บค่าน้ำมันและภาษีสนามบินทุกแห่งเพิ่ม หากสายการบินมีการปรับขึ้นก่อนวันเดินทาง

4.       บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนเที่ยวบิน โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอันเนื่องจากสาเหตุต่างๆ

5.       รายการและราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม เนื่องจากสภาวะอากาศ, การเมือง, สายการบิน และอัตราแลกเปลี่ยนโดยทางบริษัทฯ จะคำนึงถึงประโยชน์และความปลอดภัยของท่านเป็นสำคัญที่สุด

6.       บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการออกนอกประเทศ / ห้ามเข้าประเทศ/ การนำสิ่งของผิดกฎหมาย /เอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง และความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย รวมถึงกรณีความล่าช้าจากสายการบิน, ภัยธรรมชาติ, การยกเลิกเที่ยวบิน, การนัดหยุดงาน, การประท้วง, การก่อจลาจล ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัทฯ

7.       บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากเกิดสิ่งของสูญหาย อันเนื่องเกิดจากความประมาทของท่าน, เกิดจากการโจรกรรม และ อุบัติเหตุจากความประมาทของนักท่องเที่ยวเอง

8.       ตั๋วเครื่องบินเป็นตั๋วกรุ๊ปราคาพิเศษ หากท่านไม่เดินทางไปกลับพร้อมคณะไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ไม่สามารถนำมาเลื่อนวันเดินทาง หรือคืนเงินได้

9.       เมื่อท่านตกลงชำระเงินมัดจำหรือค่าทัวร์ทั้งหมดกับทางบริษัทฯ แล้ว ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ทั้งหมด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณเก็ต 081-682-6590

Visitors: 76,516