พาสูงวัยเที่ยวไทย ไปสูดโอโซน เที่ยวน่าน UNSEEN ธรรมชาติ

พาสูงวัยเที่ยวไทย ไปสูดโอโซน เที่ยวน่าน UNSEEN ธรรมชาติ 4 วัน 3 คืน

วันเดินทาง :  28 กุมภาพันธ์ - 3 มีนาคม 2564

ราคาท่านละ  12,900 บาท

เดินทางโดย : เครื่องบิน และรถตู้ VIP 2 คัน

รับลูกทัวร์ : 15 ท่าน

>>กำหนดการเดินทาง<<

วันแรก 

สนามบินดอนเมือง – สนามบินน่าน – โฮงเจ้าฟองคำ – ตึกรังสีเกษม – พระธาตุแช่แห้ง - อำเภอปัว - วัดภูเก็ต – ร้านกาแฟตูบนาไทลื้อ - วัดปรางค์ - โฮมสเตย์ตานงค์

06.00 น.       ลูกทัวร์สูงวัยฟรุ้งฟริ้งพร้อมหน้าพร้อมตากัน ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง อาคาร 2 ชั้น 3  ประตู 9 เคาน์เตอร์ 9 – สายการบินไทยแอร์เอเซีย ( เข้าประตู 9 แล้วมองหาเคาน์เตอร์ที่ 9 ทีมงานทัวร์ฟ้าใสจะยืนรอหน้าบริเวณเคาน์เตอร์ 9 พร้อมป้ายต้อนรับค่ะ )

07.30 น.      ออกเดินทางสู่จังหวัดน่าน โดยสายการบินไทยแอร์เอเซีย เที่ยวบินที่ FD3554 ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 20 นาที

08.50 น.      เดินถึงสนามบินน่าน

                เริ่มต้นโปรแกรมโดยพาเที่ยว โฮงเจ้าฟองคำ เป็นบ้านของเจ้าฟองคำ เชื้อสายของเจ้าอนันตวรฤทธิเดชเจ้าผู้ครองนครองค์ที่ 62  คำว่า “ โฮง ” เป็นคำพื้นเมืองล้านนา หมายถึง คุ้ม หรือที่อยู่อาศัยของเจ้านายล้านนาไท  โฮงเจ้าฟองคำเป็นบ้านไม้สักยกใต้ถุนสูง รูปแบบล้านนาโบราณ หลังคาทรงจั่วมุงด้วยกระเบื้องดินขอ ประกอบด้วยเรือน 4 หลัง แบ่งเป็นห้องต่างๆ ทั้งนอน ห้องรับแขก ห้องครัว  ทั้งหมดเชื่อมต่อกันด้วยนอกชานและทางเดิน บันไดทางขึ้นบ้านอยู่ด้านหน้ามีหลังคาคลุม สำหรับไม้สักที่ใช้สร้างบ้านนั้น ใช้วิธีการผ่าและซ้อมถากด้วยขวานและมีด การประกอบตัวบ้านจึงไม่ได้ใช้ตะปู แต่จะใช้วิธีเจาะไม้และเข้าไม้โดยใช้สลักไม้  บริเวณหน้าบ้านมีบ่อน้ำ โดยรอบบ้านร่มรื่นด้วยต้นไม้นานาชนิด

 

จากนั้นชม ตึกรังษีเกษม เป็นอาคารเก่าแก่สไตล์ตะวันตกยุคโคโลเนียลที่มีอายุมากกว่า 100 ปี ก่อตั้งขึ้นราวๆ ปีพ.ศ. 2458 โดยคณะมิชชันนารีเพื่อเปิดเป็นโรงเรียนสำหรับสอนหนังสือตะวันตกแห่งแรกของเมืองน่าน  เดิมมีชื่อว่า โรงเรียน “เมริเอริสมิท บราวส์” ต่อมาสมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ ได้พระราชทานนามโรงเรียนใหม่ว่า โรงเรียนรังษีเกษม และกลายเป็นชื่อตึกรังสีเกษมในปัจจุบัน  ในอดีตตึกรังษีเกษมใช้เป็นห้องประชุม ห้องเรียนสำหรับเด็ก และเป็นที่ประกอบศาสนพิธีที่สำคัญนอกเหนือจากการเรียนการสอน เช่น พิธีแต่งงาน การประชุมใหญ่ พิธีแต่งตั้ง สถาปนา เป็นต้น

      นำท่านไปกราบสักการะองค์พระธาตุแช่แห้ง พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวน่าน สันนิษฐานว่ามี มีอายุกว่า 600 ปี ตามพงศาวดาเมืองน่านกล่าวว่าพญาการเมืองโปรดเกล้าให้ สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาจากเมืองสุโขทัยระหว่างปีพ.ศ.1891-1901 สถาปัตยกรรมด้านโบสถ์ของวัดพระธาตุแช่แห้ง ที่สำคัญและแสดงให้เห็นถึงแบบอย่างสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมสกุลช่างน่าน

กลางวัน         รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหาร

ยามบ่าย        จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยังอำเภอปัว (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)

นำท่านเยี่ยมชมวัดภูเก็ต วัดดังที่ใครมาเมืองปัวถ้าไม่ได้มาวันนี้ ถือว่ามาไม่ถึง "วัดภูเก็ต" หมายถึง วัดบ้านเก็ตที่อยู่บนภู หรือ ดอย วัดภูเก็ต  ถือว่าเป็นวัด ที่มีภูมิทัศน์และ วิวที่สวยงาม โดยจุดเด่นของวัด คือ มีระเบียงชมวิวด้านหลังวัดติดกับทุ่งนาที่กว้างไกลพร้อมด้วยฉากหลัง เป็นภูเขาวนอุทยานดอยภูคา ด้านล่างวัดมีแม่น้ำไหลผ่าน ซึ่งเป็นน้ำซับซึมมาจากใต้ดินไหล รินรวมกันเป็นลำธารให้ฝูงปลาและสัตว์น้ำอยู่อาศัย  มีอุโบสถทรงล้านนาประยุกต์ จิตรกรรม ฝาผนังสามมิติ เป็นที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อแสนปัว หรือ หลวงพ่อพุทธเมตตา" ที่ศักดิ์สิทธิ์ ผินพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก

                        เยี่ยมชมตูบนากาแฟ ตั้งอยู่หน้าวัดภูเก็ต  เป็นทั้งที่พักโดยใช้ชื่อว่า ตูบนาไทลื้อ ส่วนร้านกาแฟตั้งอยู่ติดกับที่พัก ชื่อว่าตูบนากาแฟ  ในบรรยากาศริมทุ่งนา สามารถมาพักผ่อนนอนตูบบนไทลื้อ จิบกาแฟริมทุ่งนา  เดินเล่นบนสะพานไม้ไผ่ ให้อาหารปลา ทานข้าวแบบขันโตก แต่งตัวไทลื้อถ่ายรูปสุดเก๋ (ไม่รวมค่าเครื่องดื่มและอาหารที่ร้านค่ะ)

                    จากนั้นชม วัดปรางค์ ตั้งอยู่ในอำเภอปัว สิ่งที่น่าสนใจในวัดนี้ ที่ทำให้ผู้คนหลั่งไหลมาชมคือ ต้นดิกเดียม ต้นไม้มหัศจรรย์ ผิดธรรมชาติ พันธุ์พฤกษาน่าฉงน แค่เห็นเป็นต้นไม้หันหลังให้แดดหันหน้า เข้าวัดก็แปลกเหลือหลายอยู่แล้ว แต่ใครจะเชื่อว่าต้นไม้ ประหลาดต้นนี้เป็นต้นอารมณ์ขัน ใบไม้จะไหวสั่นทุกครั้ง ที่ถูกคนสัมผัส จนได้รับแต่วตั้งให้เป็น 1 ใน UNSEEN THAILAND 

ยามเย็น       นำท่านเดินทางเข้าที่พัก โฮมสเตย์ตานงค์ หรือเทียบเท่า

                 รับประทานอาหารเย็น ณ ที่พัก

  ราตรีสวีสดิ์สำหรับคืนนี้

 

วันที่สอง

ร้านกาแฟ ดอยสกาด – อุทยานแห่งชาติดอยภูคา – บ่อเกลือสินเธาว์ - หมู่บ้านสะปัน - อุ่นไอมาง

ยามเช้า        รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร  และเช็คเอ้าท์ พร้อมออกเดินทาง

ยามสาย      นำท่านเดินทางไปยัง ดอยสกาด ตั้งอยู่ บนเทือกเขาดอยภูคา เมื่อเข้าสู่ดอยสกาดจะเห็นบ้านเรือนของชาวบ้านปลูกแทรกตามไหล่เขา บางหลังมีต้นชาหรือเมี่ยงปลูกอยู่ในบริเวณบ้านด้วย พันธุ์ที่นิยมปลูกบนดอยสกาด คือ ชาอัสสัมซึ่งมีปลูกทั้งแบบเพาะเมล็ดพันธุ์เอง และขึ้นเองตามธรรมชาติ จึงทําใหการปลูกชาไม่เป็นแถวแต่ลักษณะการปลูกเป็นการปลูกใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่หรือไม้ร่มเงา เยี่ยมชม จิบชา ดริฟกาแฟ ชมวิวถ่ายภาพสวยๆ  ได้ตลอดทั้งวัน ถึงแม้ไม่ได้มาพักก็แวะมาจิบบรรยากาศได้

จากนั้นนำท่านเดินทางไป อุทยานแห่งชาติดอยภูคา (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)

อุทยานแห่งชาติดอยภูคา มีสภาพพื้นที่เป็นเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ซึ่งมีทิวทัศน์ที่สวยงามตามธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์ มีเมฆปกคลุมตลอดฤดูฝนและฤดูหนาว จึงมีทิวทัศน์ที่สวยงามมาก  อีกทั้งเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ที่มีทั้งพืชพรรณและสัตว์ป่าที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ รวมทั้งเป็น แหล่งกำเนิดของแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำน่าน ลำน้ำปัว ลำน้ำว้า ที่คอยหล่อเลี้ยงชีวิตของชาวจังหวัดน่าน และยังมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ กล่าวคือ เป็นที่เชื่อกันว่าเทือกเขาดอยภูคาเป็นเมืองเก่าของบรรพบุรุษ ของคนเมืองน่าน ถึงแม้ฤดูนี้ไม่มีดอกชมพูภูคาให้ชม แต่ด้วยความสวยงามของธรรมชาติ ก็ทำให้เราหลงเสน่ห์ดอยภูคาได้เช่นกันค่ะ และแน่นอนว่าจะเราจะได้เห็นดอกชมพูภูคาบานสะพรั่ง ซึ่งจะบานเพียงปีละครั้ง กุมภาพันธ์-มีนาคม แล้วก็จะโรยไป

***ความสวยงามของดอกไม้ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ณ ขณะนั้นคะ***

 

ยามบ่าย      ชม บ่อเกลือสินเธาว์มีชื่อเสียงในด้านการทำเกลือบนภูเขาที่ไม่มีที่ใดเหมือน เกลือสินเธาว์เพื่อบริโภคและจำหน่ายเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง บ่อเกลือนี้มีมาแต่โบราณและนำไปจำหน่ายยังกรุงสุโขทัย เชียงใหม่ เชียงตุง หลวงพระบาง รวมถึงสิบสองปันนาจีนตอนใต้ เมื่อก่อนนี้จะมีบ่อเกลือหลายบ่อ แต่เดี๋ยวนี้ได้แห้งไปหมด เหลืออยู่เพียงสองบ่อเท่านั้น ซึ่งตั้งตั้งอยู่ที่บ้านบ่อหลวงในพื้นที่เริ่ม ต้นของที่ราบแคบๆ ระหว่างเทือกเขาริมน้ำมาง ซึ่งในบริเวณนี้จะเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านต่าง ๆอีก 8 หมู่บ้าน บ้านบ่อหลวงมีบ่อเกลือสาธารณะอยู่ 2 บ่อ ชาวบ้านจะเรียกว่า บ่อเหนือและบ่อใต้

จากนั้นเดินทานเข้าตัวเมืองน่าน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง)

กลางวัน       รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหาร

       นำทุกท่านเข้ามาที่หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขา ที่ยังอยู่ในเขต อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน หมู่บ้านสะปัน ที่นี่นับเป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านที่เหมือนถูกต้องมนต์ เข้ามาภายในบรรยากาศเงียบสงบ มีเพียงถนนเส้นเล็กๆ ที่ตีขนานเทียบกับลำธารน้ำไหล ที่ฉากหลังเป็นภูเขาลูกใหญ่และมีไอหมอกปกคุลม ส่วนมุมเด็ดของหมู่บ้านก็คือสะพาน ซึ่งมีกันอยู่สองจุด คือสะพานปูนกลางหมู่บ้าน ที่ช่วงวันเสาร์จะมีถนนคนเดินเล็กๆ ให้เลือกช้อป และอีกอันคือสะพานแขวน ท้ายหมู่บ้านที่รอบๆ เป็นทุ่งนาสีเขียว ที่รับรองว่าถ่ายมุมไหนก็สวย 

อีกหนึ่งที่ที่ห้ามพลาด นั่นก็คือ อุ่นไอมาง คาเฟ่สุดชิลล์ริมลำธารแม่น้ำมาง  ที่นี่นอกจากจะเป็นคาเฟ่ที่บริการเครื่องดื่มและเด็ดที่เมนูกาแฟดริฟแล้ว ยังมีห้องพักเต็นท์ริมน้ำให้มานอนฟิน ฟังเสียงน้ำไหลยามค่ำคืนอีกด้วย ตัวร้านเป็นบ้านไม้หลังสวย ที่ชั้นบนเปิดเป็นบาร์เล็กๆ ภายในตกแต่งสไตล์วินเทจ มากมายด้วยมุมสวย ส่วนด้านล่างเป็นโซนริมน้ำมีระเบียงใหญ่ ที่เหมาะแก่การมานั่งรับลม ชมวิวภูเขาแบบสุดสายตา เป็นอีกหนึ่งร้านซิกเนเจอร์ที่ต้องมาเยือน ไม่นั้นจะเหมือนมาไม่ถึง

ยามเย็น    นำท่านเข้าที่พัก โรงแรมเทวราช หรือเทียบเท่า

              รับประทานอาหารเย็น ณ ร้านอาหาร...ราตรีสวัสดิ์สำหรับคืนนี้

วันที่สาม

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน (ดอยเสมอดาว) - เสาดินนาน้อย - คอกเสือ – เตาเผาโบราณ บ้านบ่อสวก

ยามเช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร

ยามสาย       นำท่านออกเดินทางไปอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 30 นาที

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน มีพื้นที่ประมาณ 583,750 ไร่ หรือ 934 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่อำเภอเวียงสา อำเภอนาน้อย และอำเภอนาหมื่น เทือกเขาสลับซับซ้อนที่วางตัวในแนวเหนือ-ใต้ ขนานกันทั้งทางทิศตะวันตก และตะวันออกแบ่งพื้นที่ออกเป็น ฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก สองฝั่งแม่น้ำเป็นป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรังใน เขตเทือกเขาประกอบด้วยป่าดิบเขา ป่าดิบแล้ง ป่าสนเขา พบสัตว์ป่าหายากหลายชนิด เช่น นกยูงซึ่งมี อยู่หลายฝูง เสือดาว เสือดำ หมี กวาง หมาป่า และหมาในมีสัตว์ป่าหลายชนิดที่สำคัญ คือ ช้างป่า วัวแดง และกระทิง ซึ่งจะอพยพไปมาระหว่างเขตติดต่อประเทศไทย-สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว

จากนั้นแวะชม เสาดินนาน้อย และคอกเสือ ตั้งอยู่ที่ตำบลเชียงของ ทางด้านทิศตะวันตกของอุทยานแห่งชาติศรีน่าน มีระยะ ทางห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 24 กิโลเมตร ทั้งสองแห่งตั้งอยู่ไม่ไกลกัน เป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่สวยงามที่เกิดจากการทับถมของดินและเกิดน้ำกัดเซาะจนกลายเป็นริ้วรายที่แปลกตา

กลางวัน         รับประทานอาหาร ณ ร้านอาหาร

ยามบ่าย        นำท่านชม  แหล่งเตาเผาโบราณบ้านบ่อสวก อดีตเป็นแหล่งผลิตเครื่องดินเผาที่สำคัญแห่งหนึ่งในล้านนา จึงมีรูปแบบและประเภทของผลิตภัณฑ์เครื่องถ้วยชามที่มีลักษณะเฉพาะของตนที่ แตกต่างออกไปจากแหล่งเตาเผาอื่น ๆ ในล้านนาและในประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีการผลิตที่ก้าวหน้ามากกว่าแหล่งเตาเผาอื่น  ในระยะเดียวกันดังนั้นผลิตภัณฑ์เครื่องเคลือบดินเผาของแหล่งเตาเมืองน่าน บ้านบ่อสวกจึงแพร่หลายออกไป ยังท้องถิ่นที่อื่นในล้านนา

ยามเย็น    นำท่านเข้าที่พัก โรงแรมเทวราช หรือเทียบเท่า

              และรับประทานอาหารเย็น ณ ร้านอาหาร...ราตรีสวัสดิ์สำหรับคืนนี้

วันที่สี่

วัดพระธาตุเขาน้อย - วัดภูมินทร์ - วัดมิ่งเมือง - วัดศรีพันต้น - ขนมหวานป้านิ่ม - สนามบินน่าน - สนามบินดอนเมือง

ยามเช้า         รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารและเก็บสัมภาระ เช็คเอ้าท์

ยามสาย         เดินทางต่อไปยัง วัดพระธาตุเขาน้อย ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เป็นวัดราษฎร์ องค์พระธาตุตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย ซึ่งอยู่ด้าน ตะวันตกของตัวเมืองน่าน สร้างในสมัยเจ้าปู่แข็ง เมื่อปี พ.ศ. 2030 องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่อ อิฐถือปูนทั้งองค์ เป็นศิลปะพม่าผสมล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัม พุทธเจ้าได้ รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ ในสมัยพระเจ้าสุริยพงศ์ผริต เดชฯ ระหว่างปี พ.ศ. 2449-2454 โดยช่างชาวพม่า และวิหารสร้างในสมัยนี้เช่นกันวัดพระธาตุเขาน้อย เป็นปูชนียสถานที่สำคัญ และเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของ จ.น่าน สันนิษฐานว่ามีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพระธาตุแช่แห้ง ตั้งอยู่บนดอยเบาน้อย สูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ 240 ม. หน้าวัดมีทางขึ้นเป็นบันไดนาค 303 ขั้น

ต่อด้วย  วัดภูมินทร์   ตั้งอยู่ที่บ้านภูมินทร์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ใกล้กับพิพิธภัณฑสถาน-แห่งชาติน่าน เดิมชื่อ "วัดพรหมมินทร์" เป็นวัดที่แปลก กว่าวัดอื่น ๆ คือ โบสถ์และวิหารสร้างเป็นอาคารหลังเดียวกันประตูไม้ทั้งสี่ทิศแกะสลักลวดลาย โดยช่างฝีมือล้านนาสวยงามมาก นอกจากนี้ฝาผนัง แสดงถึงชีวิตและวัฒนธรรมของยุคสมัยที่ ผ่านมาตาม พงศาวดารของเมืองน่าน วัดภูมินทร์สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2139 โดยพระเจ้าเจตบุตรพรหมมินทร์ เจ้าผู้ครอง เมืองน่านได้สร้างขึ้นหลังจากที่ครองนครน่านได้ 6 ปี มีปรากฏในคัมภีร์เมือง เหนือว่าเดิมชื่อ "วัดพรหมมินทร์" ซึ่งเป็นชื่อของเจ้าเจตบุตรพรหม มินทร์ผู้สร้างวัด แต่ตอนหลังชื่อวัดได้เพี้ยนไปจากเดิมเป็นวัดภูมินทร์ ดังกล่าว

นำท่านไปชมความงามของ วัดมิ่งเมือง  ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองของจังหวัดน่าน ประวัติของวัดมิ่งเมือง คือ เดิมเป็นวัดร้าง มีเสาหลักเมืองที่เป็นท่อนซุงขนาดใหญ่สองคนโอบ พบที่ซากวิหาร ในราวปี 2400 เจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าครองนครน่านสถาปนาวัดใหม่ ตั้งชื่อว่า วัดมิ่งเมือง ตามชื่อที่เรียกเสาหลักเมืองว่า เสามิ่งเมือง ต่อมาปี 2527ได้มีการรื้อถอนและสร้างอุโบสถหลังใหม่เป็นแบบล้านนาร่วมสมัยแบบในปัจจุบัน

      และ  ชม วัดศรีพันต้น ตั้งอยู่ที่ ถนนเจ้าฟ้า ตำบลในเวียง อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ ของเขตเทศบาลเมืองน่าน สร้างโดยพญาพันต้น เจ้าผู้ครองนครน่าน แห่งราชวงศ์ภูคา (ครองนครน่าน ระหว่าง พ.ศ. 1960 - 1969 ) ชื่อวัดตรงกับนามผู้สร้าง คือพญาพันต้น บางสมัยเรียกว่า วัดสลีพันต้น (คำว่า สลี หมายถึง ต้นโพธิ์) ซึ่งในอดีตมีต้นโพธิ์ใหญ่อยู่ด้านทิศเหนือและทิศใต้ของวัด ปัจจุบันถูกโค่นเพื่อตัดเป็นถนนแล้ว วัดศรีพันต้นได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ. 2505 ภายในวัดมีวิหารที่สวยงาม ตั้งเด่นเป็นสง่ามีสีทองระยิบระยับ

เป็นอีกวัดหนึ่งในจังหวัดน่านที่มีจิตรกรรมปูนปั้นที่สวยงามโดยเฉพาะพญานาคเจ็ดเศียร เฝ้าบันได หน้าวิหารวัด สีทองเหลืองอร่ามสวยงามตระการตา มีความสวยงามมาก  ดูอ่อนโยนมีชีวิตชีวา ซึ่งปั้นแต่งโดยช่าง ชาวน่านชื่อ นายอนุรักษ์ สมศักดิ์ หรือ "สล่ารง" และภายในวิหารได้มีการเขียนภาพลายเส้นประวัติของพระพุทธเจ้า และประวัติ การกำเนิด เมืองน่าน โดยช่างชาวน่าน เป็นภาพ เขียนลายเส้นลงสีธรรมชาติสวยงามและทรงคุณค่าอย่างยิ่ง

ก่อนเข้าสนามบิน พาท่านแวะชิมร้านขนมหวานชื่อดัง ประจำเมืองน่าน ร้านขนมหวานป้านิ่ม ( ค่าทัวร์จะไม่รวมค่าขนมหวาน )


ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ท่าอากาศยานน่าน

13.25 น.      นำท่านเหินฟ้ากลับกรุงเทพ โดยสายการบิน แอร์เอเซีย เที่ยวบินที่ FD3553 ใช้เวลาบินทั้งสิ้น 1 ชั่วโมง 5 นาที ***มีบริการอาหารกลางวันบนเครื่องบินค่ะ

14.30 น.      เดินทางถึงท่าอากาศยานดอนเมืองโดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

อัตราค่าบริการ

ออกเดินทาง

ประเภทผู้โดยสาร

พักห้องละ 2 ท่าน

พักเดี่ยวเพิ่มท่านละ

28 กุมภาพันธ์ – 3 มีนาคม 2564

ผู้สูงวัย / ผู้ติดตาม

12,900 บาท

1,800 บาท

 

ค่าบริการรวม

  • ค่าตั๋วเครื่องไป-กลับ ชั้นประหยัด สายการบินไทยแอร์เอเซีย ดอนเมือง-น่าน
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าโหลดใต้เครื่องท่านละ 15 กิโลกรัม และท่านละ 7 กิโลกรัมสำหรับขึ้นเครื่อง ทั้งไปและกลับ
  • ค่ารถรับส่งตามรายการท่องเที่ยว
  • ค่าห้องพัก สองท่านต่อหนึ่งห้อง จำนวน 3 คืน
  • ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าน้ำดื่ม และอาหารว่างตลอดการเดินทาง
  • ค่าบัตรเข้าชมตามรายการ
  • ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทางวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท (สำหรับลูกทัวร์สูงวัยอายุ 70 ปีขึ้นไป วงเงินประกันจะเหลือครึ่งหนึ่ง)
  • ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุตลอดการเดินทาง วงเงินท่านละ 100,000 บาท รวมทั้งวงเงินสำหรับการเคลื่อนย้ายเพื่อรักษาฉุกเฉินอีกท่านละ 50,000 บาท (สำหรับลูกทัวร์สูงวัยอายุ 70 ปีขึ้นไป วงเงินประกันจะเหลือครึ่งหนึ่ง)
  • มัคคุเทศก์และผู้ดูแลลูกทัวร์สูงวัย คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง

ค่าบริการนี้ไม่รวม

  • ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ เช่น ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ทางไกล ค่าเครื่องดื่มอื่นๆที่ไม่รวมในรายการ 
  • ค่าทิปไกด์และคนขับรถ (ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ)
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าเกิน ตามที่สายการบินกำหนด ( เกิน 15 กิโลกรัมสำหรับกระเป๋าโหลดใต้เครื่อง และเกิน 7 กิโลกรัมสำหรับกระเป๋าขึ้นเครื่อง )

เงื่อนไขการชำระค่าบริการ

  • ชำระ 50% เพื่อทำการจอง
  • ชำระส่วนที่เหลือ 30 วันก่อนวันเดินทาง

ช่องทางการชำระค่าบริการ

  • ชำระโดยโอนเงินเข้าบัญชี :

 

  1. ชื่อบัญชี : บริษัท ทัวร์ฟ้าใส จำกัด

เลขที่บัญชี : 094-2-77483-6

ชื่อธนาคาร : กสิกรไทย สาขา มีนบุรี

ประเภทบัญชี : ออมทรัพย์

 

  1. ชื่อบัญชี : บริษัท ทัวร์ฟ้าใส จำกัด

เลขที่บัญชี : 109-266803-0

ชื่อธนาคาร : ไทยพาณิชย์ สาขา มีนบุรี

ประเภทบัญชี : ออมทรัพย์

 

หากโอนเงินเข้ามาแล้วรบกวน ส่งสลิปเงินโอนเข้ามาที่ tourfahsai@gmail.com หรือ ทางไลน์ได้ที่ Line ID : luxurious_kathy

 

  • ชำระโดยเงินสด
  • ชำระด้วยเช็ค หรือแคชเชียร์เช็ค โดยสั่งจ่ายในนาม “ บริษัท ทัวร์ฟ้าใส ”

เงื่อนไขการยกเลิก

  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 60 วันขึ้นไป คืนเงินทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 – 59 วัน เก็บค่าใช้จ่ายท่านละ 50 % ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกการเดินทางน้อยกว่า 30 วัน เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด

หมายเหตุ

1.       การเดินทางในแต่ละครั้งจะต้องมีผู้โดยสารจำนวน 15 ท่านขึ้นไป ถ้าผู้โดยสารไม่ครบจำนวน ดังกล่าวทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาหรือเลื่อนการเดินทางหรือยกเลิกการเดินทาง

2.       ในกรณีที่ลูกค้าต้องออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ก่อนทุกครั้ง  มิฉะนั้นทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น

3.       ขอสงวนสิทธิ์การเก็บค่าน้ำมันและภาษีสนามบินทุกแห่งเพิ่ม หากสายการบินมีการปรับขึ้นก่อนวันเดินทาง

4.       บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนเที่ยวบิน โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอันเนื่องจากสาเหตุต่างๆ

5.       รายการและราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม เนื่องจากสภาวะอากาศ, การเมือง, สายการบิน และอัตราแลกเปลี่ยนโดยทางบริษัทฯ จะคำนึงถึงประโยชน์และความปลอดภัยของท่านเป็นสำคัญที่สุด

6.       บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการออกนอกประเทศ / ห้ามเข้าประเทศ/ การนำสิ่งของผิดกฎหมาย /เอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง และความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย รวมถึงกรณีความล่าช้าจากสายการบิน, ภัยธรรมชาติ, การยกเลิกเที่ยวบิน, การนัดหยุดงาน, การประท้วง, การก่อจลาจล ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัทฯ

7.       บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากเกิดสิ่งของสูญหาย อันเนื่องเกิดจากความประมาทของท่าน, เกิดจากการโจรกรรม และ อุบัติเหตุจากความประมาทของนักท่องเที่ยวเอง

8.       ตั๋วเครื่องบินเป็นตั๋วกรุ๊ปราคาพิเศษ หากท่านไม่เดินทางไปกลับพร้อมคณะไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ไม่สามารถนำมาเลื่อนวันเดินทาง หรือคืนเงินได้

9.       เมื่อท่านตกลงชำระเงินมัดจำหรือค่าทัวร์ทั้งหมดกับทางบริษัทฯ แล้ว ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ทั้งหมด

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณเก็ต 081-682-6590

Visitors: 10,354