ปลายด้ามขวาน ณ นราธิวาส ปลดล็อคความกล้า แล้วไปทัวร์กับเรา

นราธิวาส 3 วัน 2 คืน

วันเดินทาง :  24 - 26 พฤษภาคม 2564

ราคาท่านละ  11,500 บาท

เดินทางโดย : เครื่องบิน และ รถตู้ VIP 2 คัน

รับลูกทัวร์ : 15 ท่าน

>>กำหนดการเดินทาง<<

วันแรก 

สนามบินดอนเมือง – สนามบินนราธิวาส – มัสยิด 300 ปี – วัดชลธาราสิงเห– สะพานไม้เจาะบากง – อำเภอสุไหงโกลก

09.00 น.      ลูกทัวร์สูงวัยฟรุ้งฟริ้งพร้อมหน้าพร้อมตากัน ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง อาคาร 2 ชั้น 3  บริเวณเคาน์เตอร์แถวที่ 9 และ 10 สายการบินแอร์เอเชีย

10.30 น.      ออกเดินทางสู่จังหวัดนราธิวาส โดยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD3130 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 35 นาที

12.05 น.      เดินทางถึงจังหวัดนราธิวาส
กลางวัน        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านอาหาร

ยามบ่าย       นำทุกท่านเที่ยวชม มัสยิดวาดีลฮูเซ็น หรือมัสยิดตะโละมาเนาะ (มัสยิด 300 ปี) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที ตั้งอยู่บ้านตะโละมาเนาะ ตำบลลุโบะสาวอ นายวันฮูเซ็น อัส-ซานาวี ผู้อพยพมาจากบ้านสะนอยานยา จังหวัดปัตตานี เป็นผู้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2167 เริ่มแรกสร้างหลังคามุงใบลานต่อมาเปลี่ยนเป็นกระเบื้องดินเผา ลักษณะของมัสยิดมีความแตกต่างจากมัสยิดทั่วไป คือเป็นอาคาร 2 หลังติดต่อกัน สร้างด้วยไม้ตะเคียนทั้งหลัง ลักษณะการสร้างจะใช้ไม้สลักแทนตะปู รูปทรงของอาคารเป็นแบบไทยพื้นเมืองประยุกต์เข้ากับศิลปะจีนและมลายู ส่วนเด่นที่สุดของอาคาร คือ เหนือหลังคาจะมีฐานมารองรับจั่วบนหลังคาอยู่ชั้นหนึ่ง ส่วนหออาซานมีลักษณะเป็นเก๋งจีน ตั้งอยู่บนหลังคา ส่วนหลัง  ฝาเรือนใช้ไม้ทั้งแผ่นแล้วเจาะหน้าต่าง ช่องลมแกะเป็นลวดลาย ใบไม้ ดอกไม้สลับลายจีน ***เที่ยวชมได้บริเวณภายนอกเท่านั้น**

          นำทุกท่านเดินทางต่อไปยัง วัดชลธาราสิงเห หรือ วัดพิทักษ์แผ่นดินไทย (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)ตั้งอยู่ที่ ตำบลเจ๊ะเห อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส เป็นวัดเก่าแก่สร้างขึ้นในสมัย พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 4 มีจุดเด่นที่สวยงามโดยอาคารสถาปัตยกรรมแต่ละหลังจะมีเอกลักษณ์โดดเด่นมาก เป็นสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานความเป็นพุทธ มุสลิม และจีน ภูมิทัศน์รอบวัดเป็นบรรยากาศริมน้ำ ซึ่งสามารถเป็นที่พักผ่อนของนักท่องเที่ยว  จึงถือเป็นวัดที่มีความสำคัญอันทรงคุณค่าและเป็นศูนย์กลางด้านภูมิทัศน์วัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมท้องถิ่น  และเป็นวัดที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติ เนื่องจากเป็นโบราณสถานของชาวไทยพุทธที่รัฐบาลไทยได้หยิบยกเป็นเหตุผลอ้างอิง ในการปกปันเขตแดนในปี 2441 ที่มีผลไม่ให้ดินแดนส่วนนี้ถูกผนวกเข้าในเขตของประเทศมาเลเซีย ทำให้ประเทศไทยไม่สูญเสียเอกราชไปเป็นอาณานิคมของอังกฤษ จึงได้สมญานามว่า “วัดพิทักษ์แผ่นดินไทย”

         ต่อจากนั้นพาทุกท่านเที่ยวชม สะพานไม้เจาะบากง (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที)
ที่ชาวบ้านเจาะบากงได้ร่วมใจกันจำลองเสมือนจริงย้อนรอยภาพประวัติศาสตร์ ที่ลุงพร้อม จินนาบุตร ซึ่งถือว่าเป็น 1 ในผู้มีโอกาสเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรอย่างใกล้ชิด เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2524 ด้วยขณะนั้นลุงพร้อมมีอายุเพียง 47 ปี ที่ปัจจุบันลุงพร้อมได้เสียชีวิตไปแล้ว ชาวบ้านจึงได้รวมตัวกันประดิษฐ์รถยนต์จี๊ปยี่ห้อแลนด์โรเวอร์ 4 ประตู สีเขียวนวล ด้วยไม้กระดานอัดและแผ่นอลูมิเนียม
มาจอดไว้กลางบนสะพานไม้ข้ามคลองหมู่บ้านเจาะบากง เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ครั้งหนึ่งในอดีตเคยเสด็จมาให้การช่วยเหลือชาวบ้านเจาะบากงที่ประสบปัญหาความท่วมผืนนา จนไม่สามารถประกอบอาชีพทำนาได้  

          ต่อจากนั้นพาทุกท่านเดินทางมาที่ อำเภอสุไหงโกลก (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที)

ยามเย็น    รับประทานอาหารเย็น ณ ร้านอาหาร 
                จากนั้นนำทุกท่านเข้าที่พัก กรีนวิว บูทิก โฮเต็ล หรือเทียบเท่า...ราตรีสวัสดิ์สำหรับคืนนี้

วันที่สอง     

ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน – ต้นกระพงยักษ์ – อุโมงค์ลำเลียงแร่ทองคำ – ร่อนทอง


ยามเช้า        รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร

ยามสาย        นำท่านเดินทางไปที่ ตำบลภูเขาทอง อำเภอสุคิริน (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที) มีพื้นที่เป็นป่าและภูเขาโอบล้อมรอบ สุคิริน เป็นดินแดนอันสวยงามและอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ รายล้อมด้วยเทือกเขาเขียวขจีที่ปกคลุมด้วยป่าไม้ พันธุ์ไม้อันหนาแน่นของผืนป่าบาลา-ฮาลา ทำให้มีสภาพอากาศที่บริสุทธิ์ เย็นสบายตลอดทั้งปี ยามเช้ามีสายหมอกคลอเคลียขุนเขาและปกคลุมเมือง
                    พาทุกท่านเที่ยวชม ต้นกระพงยักษ์ หรือ ต้นสมพง จากปากทางระยะ 400 เมตร ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 5-10 นาทีเป็นทางโคลน ผ่านลำธารและผืนป่าที่ปกคลุมไปด้วยป่าดงดิบที่สมบูรณ์มีพันธุ์ไม้นานาชนิดขึ้นเขียวขจี  ก็จะได้พบกับ ต้นกระพงษ์ยักษ์ มีขนาดเส้นรอบวงของลำต้น ประมาณ 25 เมตร สูง 30 เมตร หรือ ถ้าใช้คนจับมือแล้วยืนล้อมลำต้นโดยรอบ ต้องใช้คนประมาณ 27 คนโอบ

กลางวัน        รับประทานอาหารกลางวัน ณ ชุมชน (อาหารพื้นบ้าน อาหารในกระบอกไม้ไผ่)

ยามบ่าย        นำทุกท่านเที่ยวชม จุดสกัดภูเขาทอง เพื่อไปชม อุโมงค์ลำเลียงแร่ทองคำ ในสมัยก่อน ปัจจุบันหลงเหลือเพียงอุโมงค์ให้เห็น ไม่มีการขุดแร่ทองคำแล้ว ซึ่งพื้นที่ของสุคิรินในอดีตเคยมีชาวฝรั่งเศสได้เข้ามาขอสัมปทานทำเหมืองแร่ทองคำ เมื่อเกิดสงครามอินโดจีนขึ้นฝรั่งเศสได้หนีภัยสงคราม จึงทิ้งเหมืองแร่ทองคำ ดังนั้นรัฐบาลไทยจึงมาเป็นผู้ดำเนินการเหมืองแร่ทองคำดังกล่าวแทน ประมาณปีเศษเกิดเหตุการณ์ไม่สงบในบริเวณเหมืองแร่ทองคำ และต่อมาได้ล้มเลิกกิจการไป ยังคงเหลือไว้แค่เพียงร่องรอยในอดีตที่ให้ชนรุ่นหลังได้เข้าไปชมและเรียนรู้ มองลงไปบริเวณสายน้ำยังเห็นเกล็ดของทองส่องระยิบระยับ

            ให้ทุกท่านเพลิดเพลินกับกิจกรรม ร่อนทอง  วิถีชีวิตตั้งแต่อดีตที่ยังคงหลงเหลือมาจนถึงทุกวันนี้ของชาวภูเขาทอง โดยจะร่อนทองจากต้นน้ำของแม่น้ำสายบุรีที่ไหลลงมาทับถมกันเบื้องล่างให้ชาวบ้านได้ร่อนทองเป็นรายได้เสริม อีกทั้งยังเป็นจุดเช็คอินสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากสัมผัสวิถีชีวิตของคนในพื้นที่แห่งนี้

          ออกเดินทางกลับไปยัง สุไหงโกลก (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที)  นำทุกท่านเข้าที่พักกรีนวิว บูทิก โฮเต็ล หรือเทียบเท่า…พักผ่อนตามอัธยาศัย

ยามเย็น        รับประทานอาหารเย็น ณ ร้านอาหาร

จากนั้นนำทุกท่านเข้าที่พัก...ราตรีสวัสดิ์สำหรับคืนนี้

วันที่สาม     

ถ่ายรูปสถานีรถไฟสุไหงโกลก –Street Art - สนามบินนราธิวาส–  สนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ

ยามเช้า        รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พัก พร้อมเก็บสัมภาระเช็คเอ้าท์

ยามสาย       เที่ยวชม สถานีรถไฟสุไหงโกลก  เป็นสถานีใต้สุดแดนสยามที่ไม่ควรพลาดมาเช็คอินถ่ายรูป ด้วยมุมถ่ายรูปสุดเก๋และสวยงาม

               นอกจากนี้ ข้างๆกันกับสถานีรถไฟ ยังมี Street Art ให้ได้เที่ยวชมศิลปะและถ่ายรูปอีกด้วย

          และอีกจุดหนึ่งของ Street Art ที่ได้ศิลปินกราฟฟิตี้ชื่อดังทั้งไทยและต่างชาติ ที่มีชาวบราซิล อังกฤษ และมาเลเซีย รวม16 คน ลงพื้นที่มาวาดรูป  ณ บริเวณสวนสาธารณะด่านพรมแดนสุไหงโกลก

 

09:30            สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่สนามบินนราธิวาส (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง)

12:30 น.        ออกเดินทางโดยสายการบินแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD3131 ใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้น
         1 ชั่วโมง 30 นาที (รับประทานอาหารกลางวันบนเครื่อง)

14:00 น.       เดินทางถึงสนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ

ค่าบริการรวม

  • ค่าตั๋วเครื่องไป-กลับ ชั้นประหยัด  เส้นทาง กรุงเทพฯ – นราธิวาส//นราธิวาส – กรุงเทพฯ
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าโหลดใต้เครื่องท่านละ 15 กิโลกรัม และท่านละ 7 กิโลกรัมสำหรับขึ้นเครื่อง ทั้งไปและกลับ
  • ค่ารถรับส่งตามรายการท่องเที่ยว
  • ค่าห้องพัก สองท่านต่อหนึ่งห้อง
  • ค่าอาหารทุกมื้อตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าน้ำดื่ม และอาหารว่างตลอดการเดินทาง
  • ค่าบัตรเข้าชมตามรายการ
  • ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทางวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท (สำหรับลูกทัวร์สูงวัยอายุ 70 ปีขึ้นไป วงเงินประกันจะเหลือครึ่งหนึ่ง)
  • ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุตลอดการเดินทาง วงเงินท่านละ 100,000 บาท รวมทั้งวงเงินสำหรับการเคลื่อนย้ายเพื่อรักษาฉุกเฉินอีกท่านละ 50,000 บาท (สำหรับลูกทัวร์สูงวัยอายุ 70 ปีขึ้นไป วงเงินประกันจะเหลือครึ่งหนึ่ง)
  • มัคคุเทศก์และผู้ดูแลลูกทัวร์สูงวัย คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง

ค่าบริการนี้ไม่รวม

  • ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ เช่น ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ทางไกล ค่าเครื่องดื่มอื่นๆที่ไม่รวมในรายการ 
  • ค่าทิปไกด์และคนขับรถ (ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ)
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าเกิน ตามที่สายการบินกำหนด ( 15 กิโลกรัม สำหรับโหลดใต้เครื่องและ 7 กิโลกรัมสำหรับถือขึ้นเครื่อง)

 

เงื่อนไขการชำระค่าบริการ

  • ชำระ 50% เพื่อทำการจอง
  • ชำระส่วนที่เหลือ 30 วันก่อนวันเดินทาง

ช่องทางการชำระค่าบริการ

  • ชำระโดยโอนเงินเข้าบัญชี :

 

  1. ชื่อบัญชี : บริษัท ทัวร์ฟ้าใส จำกัด

เลขที่บัญชี : 094-2-77483-6

ชื่อธนาคาร : กสิกรไทย สาขา มีนบุรี

ประเภทบัญชี : ออมทรัพย์

 

  1. ชื่อบัญชี : บริษัท ทัวร์ฟ้าใส จำกัด

เลขที่บัญชี : 109-266803-0

ชื่อธนาคาร : ไทยพาณิชย์ สาขา มีนบุรี

ประเภทบัญชี : ออมทรัพย์

 

หากโอนเงินเข้ามาแล้วรบกวน ส่งสลิปเงินโอนเข้ามาที่ tourfahsai@gmail.com หรือ ทางไลน์ได้ที่ Line ID : luxurious_kathy

 

  • ชำระโดยเงินสด
  • ชำระด้วยเช็ค หรือแคชเชียร์เช็ค โดยสั่งจ่ายในนาม “ บริษัท ทัวร์ฟ้าใส ”

เงื่อนไขการยกเลิก

  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 60 วันขึ้นไป คืนเงินทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 – 59 วัน เก็บค่าใช้จ่ายท่านละ 50 % ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกการเดินทางน้อยกว่า 30 วัน เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด

 

หมายเหตุ

1.       การเดินทางในแต่ละครั้งจะต้องมีผู้โดยสารจำนวน 15 ท่านขึ้นไป ถ้าผู้โดยสารไม่ครบจำนวน ดังกล่าวทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาหรือเลื่อนการเดินทางหรือยกเลิกการเดินทาง

2.       ในกรณีที่ลูกค้าต้องออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ก่อนทุกครั้ง มิฉะนั้นทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น

3.       ขอสงวนสิทธิ์การเก็บค่าน้ำมันและภาษีสนามบินทุกแห่งเพิ่ม หากสายการบินมีการปรับขึ้นก่อนวันเดินทาง

4.       บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนเที่ยวบิน โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอันเนื่องจากสาเหตุต่างๆ

5.       โปรแกรม/วันเดินทาง/ราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม เนื่องจากสภาวะอากาศ, การเมือง, โรคระบาด, สายการบิน อัตราแลกเปลี่ยน และเหตุอื่นๆ ที่ไม่สามารถทราบการณ์ล่วงหน้า โดยทางบริษัทฯ จะคำนึงถึงประโยชน์และความปลอดภัยของท่านเป็นสำคัญที่สุด

6.       บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการออกนอกประเทศ / ห้ามเข้าประเทศ/ การนำสิ่งของผิดกฎหมาย /เอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง และความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย รวมถึงกรณีความล่าช้าจากสายการบิน, ภัยธรรมชาติ, การยกเลิกเที่ยวบิน, การนัดหยุดงาน, การประท้วง, การก่อจลาจล ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัทฯ

7.       บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากเกิดสิ่งของสูญหาย อันเนื่องเกิดจากความประมาทของท่าน, เกิดจากการโจรกรรม และ อุบัติเหตุจากความประมาทของนักท่องเที่ยวเอง

8.       ตั๋วเครื่องบินเป็นตั๋วกรุ๊ปราคาพิเศษ หากท่านไม่เดินทางไปกลับพร้อมคณะไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ไม่สามารถนำมาเลื่อนวันเดินทาง หรือคืนเงินได้

9.       เมื่อท่านตกลงชำระเงินมัดจำหรือค่าทัวร์ทั้งหมดกับทางบริษัทฯ แล้ว ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ทั้งหมด 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณเก็ต 081-682-6590

Visitors: 41,946