TFSC05 - สูงวัยเที่ยวไทย สูดโอโซน เที่ยวน่าน แพร่

TFSC05: ทัวร์เที่ยวไทย - สูงวัยเที่ยวไทย สูดโอโซน เที่ยวน่าน แพร่ UNSEEN ธรรมชาติ 3 วัน 2 คืน

วันเดินทาง :  25 - 27 มกราคม 2565

ราคาท่านละ  5,730 บาท (จาก 9,550 บาท) 

เดินทางโดย : รถตู้ VIP 2 คัน

รับลูกทัวร์ : 12 ท่าน

>>กำหนดการเดินทาง<<

วันแรก 

เชียงใหม่ - น่าน – วัดพระธาตุเขาน้อย - วัดพระธาตุแช่แห้ง - อำเภอปัว - วัดศรีมงคล (ก๋ง) – ร้านกาแฟไทลื้อ - แสงทองรีสอร์ท

06.00 น.      ลูกทัวร์สูงวัยฟรุ้งฟริ้งพร้อมหน้าพร้อมตากัน ณ ปั๊มน้ำมัน ป.ต.ท. ดอนจั่น (หน้า Big C ดอนจั่น) โดยมีเจ้าหน้าที่ทัวร์ฟ้าใสคอยให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

      จากนั้นออกเดินทางไป จ.น่าน มีบริการอาหารเช้าแบบข้าวกล่อง (ใช้เวลาเดินทางประมาณ  5 ชั่วโมง)

               เดินทางถึงเมืองน่าน สถานที่แรกที่จะนำท่านไปชม น่นก็คือ วัดพระธาตุเขาน้อย เป็นวัดที่อยู่บนเขาสูง จุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามอยู่ตรงลานปูน พระพุทธรูปปางลีลาองค์ใหญ่ คือพระพุทธมหาอุตมมงคลนันทบุรีศรีเมืองน่าน สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2542 ถือเป็นจุดเดียวที่มองเห็นเมืองน่านจากมุมสูง อีกทั้งบริเวณนี้ยังเป็นจุดชมวิวที่เราจะสามารถมองเห็นเมืองน่านได้ทั้งเมือง ที่มีภูเขาเป็นฉากหลังที่โอบล้อมเมืองน่านอยู่

กลางวัน      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ร้านเฮือนฮอม

ยามบ่าย     นำท่านไปกราบสักการะองค์พระธาตุแช่แห้ง พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองของชาวน่าน สันนิษฐานว่ามี มีอายุกว่า 600 ปี ตามพงศาวดาเมืองน่านกล่าวว่าพญาการเมืองโปรดเกล้าให้ สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาจากเมืองสุโขทัยระหว่างปีพ.ศ.1891-1901 สถาปัตยกรรมด้านโบสถ์ของวัดพระธาตุแช่แห้ง ที่สำคัญและแสดงให้เห็นถึงแบบอย่างสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมสกุลช่างน่าน

จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยังอำเภอปัว (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง)

เยี่ยมชมวัดศรีมงคล (ก๋ง) เป็นวัดเก่าแก่ที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2395  พระสงฆ์ที่มีชื่อที่สุดของวัดนี้คือ หลวงปู่ก๋ง  ด้านหลังวัดมีลานชมวิว ซึ่งมีทัศนียภาพที่งดงาม มองเห็นทุ่งนาเขียวขจี และทิวเขาของดอยภูคาเรียงรายสลับซับซ้อน บริเวณนาข้าวมีที่พักและร้านกาแฟฮักนน่าน มีสะพานไม้ไผ่เชื่อมจากตัววัดสามารถลงไปเดินเล่นถ่ายภาพได้ โดยบริเวณลานชมวิว ทางวัดได้จัดทำเป็นซุ้มและจุดชมวิวให้ถ่ายภาพหลายจุด รวมถึงร้านกาแฟบรรยากาศไทยๆ ให้พักผ่อนหย่อนใจ  ภายในวัดมีสิ่งที่น่าสนใจ ทั้งวิหารหลวงที่มีภาพจิตรกรรมฝาผนังอันงดงาม โดยเลียนแบบการวาดของหนานบัวผัน จิตรกรชาวน่านเชื้อสายไทลื้อ ซึ่งวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วัดภูมินทร์และวัดหนองบัวของจังหวัดน่าน  รวมถึงพิพิธภัณฑ์มงคลธรรมรังสี ซึ่งรวมรวมของโบราณต่างๆให้ได้ชม

                    จากนั้นชม ร้านกาแฟบ้านไทลื้อ ตั้งอยู่ที่ ตำบลศิลาแลง  อำเภอปัว จังหวัดน่าน  เป็นร้านกาแฟของร้านลำดวนผ้าทอ  ร้านขายของที่ระลึกและผ้าทอไทลื้อ ผ้าทอน้ำไหล ลายโบราณ ชื่อดังแห่งปัว  อำเภอปัวถือว่าเป็นอำเภอที่มีชาวไทลื้ออยู่มากที่สุดชาวไทลื้อมีประเพณีและวัฒนธรรมเป็นของตนเองโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการแต่งกายแบบพื้นบ้าน ได้แก่ผ้าทอไทลื้อ  นับว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของอำเภอนี้ ผ้าทอส่วนใหญ่เมื่อทอมาแล้วก็มีการจำหน่ายเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน

ยามเย็น       นำท่านเดินทางเข้าที่พัก แสงทองรีสอร์ท

                   รับประทานอาหารเย็น ณ ที่พัก

                   ราตรีสวีสดิ์สำหรับคืนนี้

วันที่สอง

ร้านกาแฟ ดอยสกาด – บ่อเกลือสินเธาว์ - หมู่บ้านสะปัน - วัดภูมินทร์ - ซุ้มลีลาวดี

ยามเช้า        รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร  และเช็คเอ้าท์ พร้อมเก็บสัมภาระ

ยามสาย      นำท่านเดินทางไปยัง ดอยสกาด ตั้งอยู่ บนเทือกเขาดอยภูคา เมื่อเข้าสู่ดอยสกาดจะเห็นบ้านเรือนของชาวบ้านปลูกแทรกตามไหล่เขา บางหลังมีต้นชาหรือเมี่ยงปลูกอยู่ในบริเวณบ้านด้วย พันธุ์ที่นิยมปลูกบนดอยสกาด คือ ชาอัสสัมซึ่งมีปลูกทั้งแบบเพาะเมล็ดพันธุ์เอง และขึ้นเองตามธรรมชาติ จึงทําใหการปลูกชาไม่เป็นแถวแต่ลักษณะการปลูกเป็นการปลูกใต้ร่มเงาของไม้ใหญ่หรือไม้ร่มเงา เยี่ยมชม จิบชา ดริฟกาแฟ ชมวิวถ่ายภาพสวยๆ  ได้ตลอดทั้งวัน ถึงแม้ไม่ได้มาพักก็แวะมาจิบบรรยากาศได้ ***ราคาทัวร์ไม่รวมค่าอาหารและเครื่องดื่ม

จากนั้นนำท่านเดินทางไป บ่อเกลือสินเธาว์ (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง)

      พาชม บ่อเกลือสินเธาว์มีชื่อเสียงในด้านการทำเกลือบนภูเขาที่ไม่มีที่ใดเหมือน เกลือสินเธาว์เพื่อบริโภคและจำหน่ายเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง บ่อเกลือนี้มีมาแต่โบราณและนำไปจำหน่ายยังกรุงสุโขทัย เชียงใหม่ เชียงตุง หลวงพระบาง รวมถึงสิบสองปันนาจีนตอนใต้ เมื่อก่อนนี้จะมีบ่อเกลือหลายบ่อ แต่เดี๋ยวนี้ได้แห้งไปหมด เหลืออยู่เพียงสองบ่อเท่านั้น ซึ่งตั้งตั้งอยู่ที่บ้านบ่อหลวงในพื้นที่เริ่ม ต้นของที่ราบแคบๆ ระหว่างเทือกเขาริมน้ำมาง ซึ่งในบริเวณนี้จะเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านต่าง ๆอีก 8 หมู่บ้าน บ้านบ่อหลวงมีบ่อเกลือสาธารณะอยู่ 2 บ่อ ชาวบ้านจะเรียกว่า บ่อเหนือและบ่อใต้

กลางวัน       รับประทานอาหาร ณ กลิ่นไอเกลือ

ยามบ่าย        นำทุกท่านเข้ามาที่หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขา ที่ยังอยู่ในเขต อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน หมู่บ้านสะปัน ที่นี่นับเป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านที่เหมือนถูกต้องมนต์ เข้ามาภายในบรรยากาศเงียบสงบ มีเพียงถนนเส้นเล็กๆ ที่ตีขนานเทียบกับลำธารน้ำไหล ที่ฉากหลังเป็นภูเขาลูกใหญ่และมีไอหมอกปกคุลม ส่วนมุมเด็ดของหมู่บ้านก็คือสะพาน ซึ่งมีกันอยู่สองจุด คือสะพานปูนกลางหมู่บ้าน ที่ช่วงวันเสาร์จะมีถนนคนเดินเล็กๆ ให้เลือกช้อป และอีกอันคือสะพานแขวน ท้ายหมู่บ้านที่รอบๆ เป็นทุ่งนาสีเขียว ที่รับรองว่าถ่ายมุมไหนก็สวย 

                จากนั้น เดินทางเข้าตัวเมืองน่าน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง

อีกหนึ่งไฮไลท์ที่มาเมืองน่าน ต้องมาเยี่ยมชม  วัดภูมินทร์   ตั้งอยู่ที่บ้านภูมินทร์ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน ใกล้กับพิพิธภัณฑสถาน-แห่งชาติน่าน เดิมชื่อ "วัดพรหมมินทร์" เป็นวัดที่แปลก กว่าวัดอื่น ๆ คือ โบสถ์และวิหารสร้างเป็นอาคารหลังเดียวกันประตูไม้ทั้งสี่ทิศแกะสลักลวดลาย โดยช่างฝีมือล้านนาสวยงามมาก ซึ่งภาพจิตรกรรมที่ขึ้นชื่อ มีชื่อว่า “ปู่ม่าน ย่าม่าน กระซิบรัก”

นำท่านแวะถ่ายรูปสวยๆ ที่ซุ้มลีลาวดี อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองน่าน

ยามเย็น    นำท่านเข้าที่พัก โรงแรมเทวราช หรือเทียบเท่า

                 รับประทานอาหารเย็น ณ ร้านเฮือนเจ้านาง...ราตรีสวัสดิ์สำหรับคืนนี้

วันที่สาม

แพร่ - วัดพระธาตุช่อแฮ - บ้านวงศ์บุรี - คุ้มเจ้าหลวง - เชียงใหม่

ยามเช้า       รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหาร และเช็คเอ้าท์ พร้อมเก็บสัมภาระ

ยามสาย       จากนั้นเดินทางเข้าจังหวัดแพร่ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง

นำท่านสักการะพระธาตุประจำปีขาล นั่นก็คือ พระธาตุช่อแฮ บุคคลใดที่มา เที่ยวจังหวัดแพร่แล้วจะต้องมานมัสการพระธาตุช่อแฮ เพื่อเป็นศิริมงคลกับตนเอง จนมีคำกล่าวว่า ถ้ามาเที่ยวจังหวัดแพร่ แต่ไม่ได้มา นมัสการพระธาตุช่อแฮเหมือนไม่ได้มาจังหวัดแพร่ เป็นวัดที่ตั้งอยู่เนินเขาเตี้ยสูงประมาณ 28 เมตร องค์พระธาตุช่อแฮเป็นเจดีย์ ศิลปะเชียงแสน แบบแปดเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองบุด้วยทองดอกบวบหรือทองจังโก องค์พระธาตุสูง 33 เมตร ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 11 เมตร ลักษณะองค์พระธาตุตั้งอยู่บนฐานเขียงสี่เหลี่ยม 1 ชั้น ถัดขึ้นไปเป็นฐานหน้ากระดานแปดเหลี่ยม3 ชั้นรองรับ ถัดไปเป็น ฐานบัวคว่ำ และชุดท้องไม้แปดเหลี่ยมซ้อนลดชั้นกันขึ้นไป 7 ชั้น จากนั้นเป็นบัวระฆัง 1 ชั้น และหน้ากระดานหนึ่งชั้นจนถึงองค์ระฆัง แปดเหลี่ยม ถัดขึ้นไปเป็นบัลลังค์ย่อมุมไม้สิบสองและปล้องไฉน ส่วนยอดฉัตรประดับตกแต่งด้วยเครื่องบนแบบล้านนามี รั้วเหล็ก รอบองค์พระธาตุ 4 ทิศ มีประตูเข้าออก 4 ประตู แต่ละประตูได้สร้างซุ้มแบบปราสาทล้านนาไว้อย่างสวยงาม

กลางวัน         รับประทานอาหาร ณ ร่มไม้ใหญ่

ยามบ่าย        นำท่านชม  คุ้มวงศ์บุรี หรือ บ้านวงศ์บุรี  อาคารสีชมพูโดดเด่น อายุกว่า 100 ปี สร้างขึ้น ตามดำริของแม่เจ้าบัวถา ชายาองค์แรกในเจ้าหลวงพิริยเทพวงศ์ เจ้าผู้ครองนครแพร่องค์สุดท้าย  เพื่อเป็นของกำนัลในการเสกสมรส ระว่างเจ้าสุนันตา ผู้เป็นบุตรีเจ้าบุรีรัตน์ และหลวงพงษ์พิบูลย์  คุ้มหลังนี้อาคารแบบไทยผสมยุโรปสีชมพูอ่อน ซึ่งเป็นสีโปรดของแม่เจ้า บัวถา เป็นเรือนไม้สักทองขนาดใหญ่ 2 ชั้นทรงไทยล้านนาผสมยุโรป   ประดับตกตกแต่งลวดลายด้วยไม้ฉลุที่เรียกว่าลาย“ขนมปังขิง” ตามความนิยมกันใน รัชกาลที่ 5 ที่ถูกสร้างไว้อย่างสวยงามอยู่ทั่วตัวอาคาร  คุ้มวงศ์บุรี ประกอบด้วย ห้องที่น่าสนใจ คือ ห้องของเจ้าบัวถา ห้องรับแขก ห้องนอน ซึ่งแต่ละห้องมีข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ อาทิ ตู้ เตียงนอน โต๊ะ เก้าอี้ โต๊ะเครื่องแป้ง  ถ้วย ชาม เครื่องเงิน กำปั่นเหล็ก อาวุธโบราณ พระพุทธรูปโบราณสมัยเชียงแสน อู่ทอง รวมถึงรูปภาพเก่าแก่ต่างๆ ที่ประดับบอกเรื่องราวของบ้านหลังนี้

นำท่านเยี่ยมชม คุ้มเจ้าหลวงเมืองแพร่ ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำละครรอยไหม ตามประวัติบอกว่า คุ้มเจ้าหลวงแห่งนี้เดิมเป็นจวนผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ สร้างขึ้นในปี พ.ศ.2435 โดยเจ้าผู้ครองเมืองแพร่องค์สุดท้าย คือ เจ้าหลวงพิริยะชัยเทพวงศ์อุดรฯ หรือ พระพิริยะวิไชย ซึ่งคนสมัยก่อนจะเรียกผู้ว่าราชการจังหวัดว่า เจ้าเมือง หรือเจ้าหลวง ที่มีความสำคัญในฐานะผู้ปกครองเมือง จึงเรียกว่า คุ้มเจ้าหลวง หลังสร้างคุ้มนี้ได้ประมาณ 10 ปี เกิดเหตุชาวเงี้ยวมาปล้นเมืองแพร่ เจ้าหลวงพิริยะชัยเทพวงศ์ต้องลี้ภัยไปอยู่เมืองหลวงพระบาง กองทหารม้าจากกรุงเทพฯที่ขึ้นไปรักษาความปลอดภัยของเมือง ได้ใช้คุ้มแห่งนี้เป็นที่ตั้งกองกำลังทหารอยู่ระยะหนึ่ง

จากนั้น นำทุกท่านเดินทางกลับเชียงใหม่ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง

19.00 น.      เดินทางถึงเชียงใหม่ โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

ค่าบริการรวม

  • ค่ารถรับส่งตามรายการท่องเที่ยว (นั่งคันละ 6 ท่าน)
  • ค่าห้องพัก 2 คืน สองท่านต่อหนึ่งห้อง
  • ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าน้ำดื่มและอาหารว่างตลอดการเดินทาง
  • ค่าบัตรเข้าชมตามรายการในโปรแกรม
  • ค่าประกันอุบัติเหตุการเดินทางวงเงินท่านละ 1,000,000 บาท (สำหรับลูกทัวร์สูงวัยอายุ 70 ปีขึ้นไป วงเงินประกันจะเหลือครึ่งหนึ่ง)
  •   ค่ารักษาพยาบาลเนื่องจากอุบัติเหตุตลอดการเดินทาง วงเงินท่านละ 100,000 บาท รวมทั้งวงเงินสำหรับการเคลื่อนย้ายเพื่อรักษาฉุกเฉินอีกท่านละ 50,000 บาท (สำหรับลูกทัวร์สูงวัยอายุ 70 ปีขึ้นไป วงเงินประกันจะเหลือครึ่งหนึ่ง)
  • มัคคุเทศก์และผู้ดูแลลูกทัวร์สูงวัย คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%

 

 

ค่าบริการนี้ไม่รวม

  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวอื่น ๆ เช่น ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ทางไกล ค่าเครื่องดื่มอื่นๆที่ไม่รวมในรายการ 
  • ค่าทิปไกด์และคนขับรถ (ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจ)

เงื่อนไขการชำระค่าบริการ

1.) สำหรับท่านที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ “ทัวร์เที่ยวไทย”

  • ชำระ 50% เพื่อทำการจอง
  • ชำระส่วนที่เหลือ 30 วันก่อนวันเดินทาง

2.) สำหรับท่านที่เข้าร่วมโครงการ “ทัวร์เที่ยวไทย”

  • ชำระเต็มจำนวนเพื่อทำการจอง

 

ช่องทางการชำระค่าบริการ

1.) สำหรับท่านที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ “ทัวร์เที่ยวไทย”

  • ชำระโดยโอนเงินเข้าบัญชี :
  1. ชื่อบัญชี : บริษัท ทัวร์ฟ้าใส จำกัด

เลขที่บัญชี : 094-2-77483-6

ชื่อธนาคาร : กสิกรไทย สาขา มีนบุรี

ประเภทบัญชี : ออมทรัพย์

  1. ชื่อบัญชี : บริษัท ทัวร์ฟ้าใส จำกัด

เลขที่บัญชี : 109-266803-0

ชื่อธนาคาร : ไทยพาณิชย์ สาขา มีนบุรี

ประเภทบัญชี : ออมทรัพย์

  • ชำระโดยเงินสด
  • ชำระด้วยเช็ค หรือแคชเชียร์เช็ค โดยสั่งจ่ายในนาม “ บริษัท ทัวร์ฟ้าใส ” 

 

2.) สำหรับท่านที่เข้าร่วมโครงการ “ทัวร์เที่ยวไทย”

  • ชำระผ่านแอปเป๋าตัง

หากโอนเงินเข้ามาแล้วรบกวน ส่งสลิปเงินโอนเข้ามาที่ tourfahsai@gmail.com หรือ ทางไลน์ได้ที่ Line ID : luxurious_kathy

 

เงื่อนไขการยกเลิก

1. สำหรับท่านที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ “ทัวร์เที่ยวไทย”

  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 60 วันขึ้นไป คืนเงินทั้งหมด
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 – 59 วัน เก็บค่าใช้จ่ายท่านละ 50 % ของราคาทัวร์
  • ยกเลิกการเดินทางน้อยกว่า 30 วัน เก็บค่าใช้จ่ายทั้งหมด

 2. สำหรับท่านที่เข้าร่วมโครงการ “ทัวร์เที่ยวไทย”

  • ไม่คืนเงินในทุกกรณี ยกเว้น ทางภาครัฐมีประกาศ “ห้ามเดินทาง” ทางบริษัทฯ จะคืนเงินให้กับลูกทัวร์ หลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมด (ส่วนที่คืน ไม่รวมกับที่ภาครัฐช่วยออก 40%...ซึ่งส่วนของภาครัฐที่ออกให้ ไม่มีคืนเงินใดๆ ในทุกกรณี)

 

หมายเหตุ

1.       การเดินทางในแต่ละครั้งจะต้องมีผู้โดยสารจำนวน 18 ท่านขึ้นไป ถ้าผู้โดยสารไม่ครบจำนวน ดังกล่าวทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงราคาหรือเลื่อนการเดินทางหรือยกเลิกการเดินทาง

2.       ในกรณีที่ลูกค้าต้องออกตั๋วโดยสารภายในประเทศ กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯ ก่อนทุกครั้ง  มิฉะนั้นทางบริษัทจะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น

3.       ขอสงวนสิทธิ์การเก็บค่าน้ำมันและภาษีสนามบินทุกแห่งเพิ่ม หากสายการบินมีการปรับขึ้นก่อนวันเดินทาง

4.       บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนเที่ยวบิน โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าอันเนื่องจากสาเหตุต่างๆ

5.       รายการและราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม เนื่องจากสภาวะอากาศ, การเมือง, สายการบิน และอัตราแลกเปลี่ยนโดยทางบริษัทฯ จะคำนึงถึงประโยชน์และความปลอดภัยของท่านเป็นสำคัญที่สุด

6.       บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อการออกนอกประเทศ / ห้ามเข้าประเทศ/ การนำสิ่งของผิดกฎหมาย /เอกสารการเดินทางไม่ถูกต้อง และความประพฤติส่อไปในทางเสื่อมเสีย รวมถึงกรณีความล่าช้าจากสายการบิน, ภัยธรรมชาติ, การยกเลิกเที่ยวบิน, การนัดหยุดงาน, การประท้วง, การก่อจลาจล ซึ่งอยู่นอกเหนือความรับผิดชอบของบริษัทฯ

7.       บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น หากเกิดสิ่งของสูญหาย อันเนื่องเกิดจากความประมาทของท่าน, เกิดจากการโจรกรรม และ อุบัติเหตุจากความประมาทของนักท่องเที่ยวเอง

8.       ตั๋วเครื่องบินเป็นตั๋วกรุ๊ปราคาพิเศษ หากท่านไม่เดินทางไปกลับพร้อมคณะไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม ไม่สามารถนำมาเลื่อนวันเดินทาง หรือคืนเงินได้

9.       เมื่อท่านตกลงชำระเงินมัดจำหรือค่าทัวร์ทั้งหมดกับทางบริษัทฯ แล้ว ทางบริษัทฯ จะถือว่าท่านได้ยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงต่างๆ ทั้งหมด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณน้อต 081-611-5123

Visitors: 56,663